สวัสดีค่า ไม่ได้อัพบล็อกเอ็กซ์ทีนนานมาก

กลับมาจากเรียน/ทำงานที่ญี่ปุ่นแล้วค่ะ ไปอยู่ที่โน่นมาห้าปีครึ่งเลยทีเดียว

เนื่องจากสัญญากับตัวเองไว้ว่าถ้ากลับบ้านได้โดยสวัสดิภาพ

เราจะอัพบล็อกลิสต์ภารกิจที่ต้องทำก่อนกลับ เผื่อจะเป็นประโยชน์แก่คนอื่นๆ สืบไป (เวอร์)

เพราะตอนตัวเองจะกลับก็งงสิ้นดี ถาม HR คนญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นเขาก็ไม่รู้เรื่องเนอะ

 

เอาล่ะ มาเริ่มกันเลย

 

0. กำหนดวันกลับบ้าน กำหนดวันลาออกจากงาน ซื้อตั๋วเครื่องบิน

 

ก่อนอื่น ต้องกำหนดวันค่ะ แล้วไปบอกที่บริษัทว่าจะลาออกวันนี้นะ แล้วค่อยซื้อตั๋วเครื่องบิน ถ้ายิ่งกำหนดได้ไว ตกลงกันได้ไว ค่าตั๋วเครื่องบินก็ยิ่งถูกนะเออ

 

อย่างน้อยๆ ควรให้เวลาตัวเองสักสองเดือนก่อนบินกลับ เดือนแรกเก็บงานและลาออก เดือนที่สองเก็บของแล้วกลับบ้านค่ะ

 

1. ลาออกจากงาน

เวลาที่ใช้: 1-2 เดือน

เงินที่ใช้: ไม่มี

 

การลาออกจากงานเนี่ย ไม่ใช่ว่า "ลาละค่ะ" แล้วก็ออกกันวันนี้พรุ่งนี้นะคะ

ควรจะบอกหัวหน้าแน่เนิ่นๆ อย่างน้อยก่อนวันที่คิดจะลาออกสักหนึ่งเดือน

เขาจะได้หาคนมารับงานต่อจากเรา และเราจะได้เตรียมเอกสารส่งงานต่อให้คนอื่นได้ค่ะ

ในกรณีของเรา เราบอกหัวหน้าก่อนลาออกถึงสามเดือน แบบว่าไม่ได้ออกซักที....


2. ขอสมุดบันทึกเงินเนงคิง (年金手帳)

เวลาที่ใช้: ไม่มี ฝ่ายบุคคลทำให้

เงินที่ใช้: ไม่มี

 

อันนี้จริงๆ แผนกบุคคลเขาจะเอามาให้เองตอนที่เราใกล้ๆ จะลาออก แต่ถามเพื่อความชัวร์ก็ได้ค่ะ เพราะสมุดเล่มนี้จะเป็นสิ่งสำคัญในการขอเนงคิงที่เราจ่ายไปคืน (หมายเหตุ:ว่ากันง่ายๆ เนงคิงคือเงินที่คนญี่ปุ่นตัดออกจากเงินเดือนทุกเดือน อารมณ์ประกันชีวิต จะได้รับเมื่อเกษียณตัวแล้วค่ะ ในกรณีคนต่างชาติ พอกลับประเทศก็สามารถขอเนงคิงคืนเป็นเงินก้อนได้ หลังจากที่คนต่างชาติคนนั้นกลับประเทศไปแล้ว อ่านได้ที่นี่ ค่ะ) ถ้าภายในเล่มโล่งๆ ไม่มีอะไรเขียนอยู่ก็ไม่ต้องตกใจค่ะ เป็นเรื่องปกติ

 

สำหรับท่านที่อยู่ญี่ปุ่นเกิน 3 ปีและจ่ายเงินเข้าระบบเนงคิง จะขอเงินก้อนคืนได้แค่ของสามปีสุดท้ายที่ท่านอยู่ญี่ปุ่นเท่านั้นค่ะ เช่นถึงแม้จะอยู่ญี่ปุ่นไปยี่สิบห้าปีก็ขอคืนได้แค่สามปีนะคะ


 
 

3. ติดต่อขอรับภาษีเงินได้ (Income Tax) คืน (optional)

เวลาที่ใช้: เราไม่ได้ทำ แต่ถ้ามี Tax Agent เป็นคนรู้จักน่าจะ 1-2 วันก็ทำเรื่องเรียบร้อยนะคะ

เงินที่ใช้: ไม่มี ยกเว้นจะจ้าง Tax Agent

 

อันนี้คือภาษีเงินได้ที่จะถูกหักออกไปหลังจากที่เราได้เงินก้อนคืนจากระบบ pension หรือเนงคิงค่ะ เนื่องจากไอ้เงินก้อนนั้นน่ะมันก็เป็นเงินได้ ก็จะถูกหักออกไป 20% ตามระเบียบ แต่ไอ้ 20% เนี่ยเราสามารถขอคืนได้ค่ะ ถ้ามีใครสักคนในญี่ปุ่นทำเรื่องขอคืนให้เรา เราก็ทำเรื่องแต่งตั้งเขาเป็น tax agent เสีย

 

อันนี้เราไม่ได้ทำค่ะเพราะเราขี้เกียจ เพราะได้คืนมันก็ไม่กี่หมื่นเยนเองอ่ะ... จะทำหรือไม่ทำก็ได้

 

4. จ่ายภาษีท้องถิ่นหรือ Resident Tax (住民税)

เวลาที่ใช้: ถ้ามี Tax Agent เป็นคนรู้จักน่าจะ 1-2 วันก็ทำเรื่องเรียบร้อยนะคะ

เงินที่ใช้: ทั้งเงินภาษีคงเหลือ และภาษีของปีถัดไป เราจ่ายไปเกือบสองแสนค่ะ

 

ข้อนี้สำคัญมากค่ะ เพราะมันเป็นเงินก้อนใหญ่และต้องไหว้วานคนช่วย ถ้าเป็นไปได้ควรรีบทำ

 

ไอ้ 住民税 เนี่ยคือค่าทิ้งขยะ ค่าสาธารณูปโภคอื่นๆ ที่เราใช้บริการของรัฐค่ะ สำหรับคนทำงาน ปกติแล้วแผนกบุคคลจะหักภาษีนี้ออกจากเงินเดือนของเรา แล้วจ่ายให้เสร็จสรรพด้วย ส่วนนักเรียนก็จะมีใบเสร็จมาที่บ้าน ให้ไปจ่ายที่ร้านสะดวกซื้อหรือไปรษณีย์ค่ะ เราจะอธิบายส่วนของมนุษย์เงินเดือนนะคะ

 

ไอ้ 住民税 เนี่ย เขาจะให้จ่ายย้อนหลังค่ะ คนต่างชาติที่มีที่อยู่ในญี่ปุ่นจนถึงวันที่ 1 มกราคม จะต้องจ่ายภาษีท้องถิ่นของปีที่ผ่านมา ภาษีท้องถิ่นของปีที่ผ่านมาจะคำนวนเสร็จในเดือนพฤษภาคมของปีนี้ และจะออกบิลให้ไปจ่ายในเดือนมิถุนายนค่ะ สามารถแบ่งจ่ายสี่รอบหรือจ่ายทีเดียวหมดก็ได้ เช่น

 

นาย A อาศัยอยู่ญี่ปุ่นมาสามปี ในวันที่ 31 ธันวาคม 2014 เขาก็ย้ายออกจากบ้านเพื่อกลับประเทศ ในกรณีนี้ นาย A ไม่จำเป็นต้องจ่ายภาษีท้องถิ่นของปี 2014 ค่ะ แต่! ต้องจ่ายของปี 2013 (ที่ออกบิลมาในเดือนมิถุนายน 2014) ก่อนกลับประเทศเขาต้องไปเช็กให้เรียบร้อยว่าเขาจ่ายภาษีท้องถิ่นของปี 2013 ครบหรือยัง

 

นางสาว B อาศัยอยู่ญี่ปุ่นมาสี่ปี ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2015 เขาก็ย้ายออกจากบ้านเพื่อกลับประเทศ ในกรณีนี้ นางสาว B มีที่อยู่ในญี่ปุ่นในวันปีใหม่ เขาต้องจ่ายภาษีท้องถิ่นของปี 2014 ค่ะ เขาต้องจ่ายของปี 2013 ด้วย และต้องจ่ายภาษีของปี 2014 ด้วย โดยภาษีของปี 2014 จะออกบิลและส่งมาที่บ้านในเดือนมิถุนายน 2015 ค่ะ

 

ก่อนลาออกจากงาน นางสาว B สามารถขอให้บริษัทจ่าย 住民税 ของปี 2013 ให้ได้ค่ะ บ.ก็จะหักเงินภาษีที่นางสาว B ยังไม่ได้จ่ายออกไป แต่ไอ้ปี 2014 นี่สิ กว่าบิลมันจะออก นางสาว B ก็ออกจากงานและกลับประเทศไปแล้ว นางสาว B จึงต้องไปติดต่อที่สำนักงานเขตเขตที่ตัวเองอาศัยอยู่ เขาจะบอกจำนวนเงินที่ต้องจ่ายคร่าวๆ ให้ค่ะ มีวิธีจ่ายดังนี้

 

หนึ่ง:ถ้านางสาว B มีบัญชีธนาคาร สามารถโอนเงินทิ้งไว้แล้วให้เขาหักออกจากบัญชีธนาคารได้ แต่ส่วนใหญ่ คนต่างชาติที่ไม่มีที่อยู่ในญี่ปุ่นก็จะไม่มีบัญชีแล้ว ข้อนี้จึงทำได้ยาก และใช้พวกเน็ตแบงกิ้งไม่ได้ด้วยนะคะ บางธนาคารก็ใช้ไม่ได้

 

สอง:หาคนรู้จักสักคนที่ไว้ใจได้ เอาชื่อที่อยู่เขามา โอนเงินให้เขา แล้วฝากเขาจ่ายให้ ถ้าบริษัทที่ลาออกมาแล้วยอมทำให้วานบริษัทก็ได้ค่ะ ควรตกลงกันก่อนที่จะลาออก...

 

สุดท้าย ถ้าไม่มีตังค์จ่าย ก็อย่าเบี้ยวดื้อๆ ลองไปคุยกับสตาฟที่สำนักงานเขตดูนะคะ

 


5. ติดต่อบ.อพาร์ทเมนต์เพื่อขอคืนห้อง

เวลาที่ใช้: ก่อนย้ายออกอย่างน้อยหนึ่งเดือนค่ะ

เงินที่ใช้: ไม่มีค่ะ แต่อาจจะได้เงินประกันห้องคืนนะคะ

 

อันนี้ไม่มีอะไรมาก ก็โทรไปหาบ.บ้านหรือถ้ามีเจ้าของบ้านอยู่ใกล้ๆ ก็ไปบอกเขาค่ะ เขาจะส่งเอกสารมาให้ทำเรื่องยกเลิกสัญญา และให้กำหนดวันที่จะตรวจสภาพห้องและคืนกุญแจ

 

ก่อนหน้าที่จะคืนห้องให้เขาก็ทำความสะอาดห้องกันสักนิดนะคะ และอย่าลืมว่า ก่อนคืนห้องต้องทิ้งขยะให้เหี้ยนเตียน ห้ามเหลืออะไรทิ้งไว้ในห้องเด็ดขาด

 

6. ทิ้งขยะ


เวลาที่ใช้: แล้วแต่ปริมาณของ

เงินที่ใช้: แล้วแต่ปริมาณทรัพย์สมบัติ

 

สำหรับประเทศญี่ปุ่น การทิ้งขยะนี่ไม่ใช่หมูๆ เลยค่ะ เพราะเขามีการแยกขยะ แบ่งวันทิ้งขยะ แถมขยะบางชิ้นก็หอบไปทิ้งไม่ได้ ต้องเรียกเขามาเก็บ เพราะฉะนั้นต้องเผื่อเวลาเอาไว้เยอะๆ นะคะ การเอาขยะออกไปกองหน้าบ้านผิดวัน หรือเอาขยะที่ทิ้งไม่ได้ออกไปวางไว้ จะสร้างความรำคาญเดือดร้อนให้ผู้อื่นได้ค่ะ

 

แต่ละเขตมีวิธีทิ้งขยะไม่เหมือนกัน ขอแบ่งคร่าวๆ เป็นขยะเผาได้(燃やすゴミ) เผาไม่ได้(燃やさないゴミ) และขยะชิ้นใหญหรือ 粗大ゴミ ก็แล้วกันนะคะ จริงๆ เขตบ้านเรานี่แยกย่อยยุบยิบละเอียดน่าเซ็งมากๆ ฮ่าๆ

 

ขยะเผาได้กับเผาไม่ได้นี่มักจะมีถุงขยะให้ซื้อ ขนาดใหญ่สุดคือ 40L พวกเครื่องใช้ไฟฟ้าเล็กๆ เช่นที่เป่าผม เตารีด เครื่องชั่งน้ำหนัก ที่สามารถยัดใส่ถุงได้ ก็สามารถทิ้งเป็น "ขยะเผาไม่ได้" ได้ค่ะ ส่วนพวกเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่สามารถแยกส่วนแล้วใส่ถุง 40L ได้ ก็สามารถทิ้งเป็น "ขยะเผาได้" ได้เช่นกัน อะไรที่แยกเป็นชิ้นเล็กๆ ได้นี่ทิ้งสะดวกกว่ามากๆ เวลาซื้อของเข้าบ้านควรซื้อแบบที่แยกส่วนได้นะคะ T v T

 

ส่วนพวกเครื่องใช้ใหญ่ๆ เช่นเตียงนอน ราวแขวนเสื้อไม้ ตู้เสื้อผ้า โซฟา โต๊ะ ไมโครเวฟ เครื่องดูดฝุ่น ต้องทิ้งเป็นขยะชิ้นใหญ่ เราต้องโทรไปหาเทศบาลและนัดวันให้เขามารับของไปค่ะ เขาจะถามเราละเอียดยิบเลยว่าของสูงเท่าไหร่ ชั้นวางของมีกี่ชั้น เป็นพลาสติกหรือเป็นเหล็ก ฯลฯ แล้วเขาจะบอกว่าราคาค่าเก็บกี่เยน ให้เราไปซื้อสติ๊กเกอร์มาแปะที่ของ ราคาชิ้นละ 200-1000 เยน

 

จากนั้นก็นัดวันเก็บ เราต้องแบกออกไปวางตรงที่ทิ้งขยะหน้าบ้านเอง ก่อนแปดโมงครึ่งตามวันที่นัดไว้ค่ะ เราไม่จำเป็นต้องรอนัดให้เขามารับทีเดียว อะไรที่คิดว่าทิ้งได้ก็โทรไปเรียกเขามาเก็บได้เลยค่ะ ทีละสามสี่ชิ้นก็ได้ เตียงเราก็แยกส่วน แล้วเอาเชือกมัด แล้วค่อยยกออกไปวางหน้าบ้านค่ะ สติ๊กเกอร์นี่สามารถซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อ ให้ไปถามพนักงานที่เคานท์เตอร์นะคะ ไม่มีวางตามชั้น

 

ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ เช่น ทีวี ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เทศบาลจะไม่เก็บให้ แต่เขาจะมีเบอร์ของร้านรีไซเคิลให้เราโทรไปเรียกร้านรีไซเคิลมาเก็บ ก็จะแพงกว่าค่าเก็บขยะชิ้นใหญ่ที่บอกไปข้างต้น ร้านจะคิดค่ารถขนของและค่ารีไซเคิล หากเราไม่สามารถแบกตู้เย็นหรือเครื่องซักผ้าไปตั้งหน้าบ้านได้ เขาก็จะคิดค่ายกออกจากบ้านเพิ่มค่ะ ค่าทิ้งชิ้นหนึ่งอาจจะสูงถึง 7000 เยน ยกเว้นเราจะสามารถเรียกร้านหรือบริษัทที่เราซื้อของมามาเก็บไปได้ ต้องลองเช็กดู

 

ไอ้พวกรับรีไซเคิลฟรีทั้งหลายนี่บางทีก็หลอกลวงค่ะ หลอกว่าฟรี แต่พอมายกละก็อ้างโน่นอ้างนี่เก็บเงิน ต้องระวังนะคะ ตอนเราทิ้งมีแค่ตู้เย็นอย่างเดียวนี่ต้องรีไซเคิล เราเลยใช้ร้านที่รัฐแนะนำไปเลยค่ะ เชื่อถือได้

 

สุดท้าย คอมพิวเตอร์ค่ะ อันนี้มีร้านที่รับรีไซเคิลฟรีจริงๆ ค่ะ เขาจะให้เราส่งของเก็บเงินปลายทางไปให้เขา เขาจะเอาอะไหล่ไปใช้ต่อ หรือติดต่อบริษัทคอมฯ ให้เขาส่งกล่องมาให้ เราก็แพ็กส่งคืนไป เป็นอันเรียบร้อย

 

เรานี่ทิ้งยันวันสุดท้ายค่ะ ขนาดของเราน้อยยยยยโคตรละนะ

 

อนึ่ง แต่ละเขตมีวิธีทิ้งขยะไม่เหมือนกัน ไปลองอ่านเพจของท้องถิ่นของตัวเองดูนะคะ

 


ึ7. แพ็กของส่งกลับประเทศ


เวลาที่ใช้: ประมาณหนึ่งเดือนก่อนส่งกลับ

เงินที่ใช้: แล้วแต่ปริมาณของ ถ้าของมากมีสิทธิ์แพงเป็นแสนเยน

 

อันนี้แล้วแต่ปริมาณของและบริษัทค่ะ การติดต่อบริษัทแบ่งเป็นสองวิธี คือให้เขามาดูข้าวของแล้วกำหนดราคาให้เรา หรือสั่งเป็นแพ็กเกจจำกัดจำนวนกล่อง อาจจะมีออปชั่นเสริมเป็นมีพนักงานมาแพ็กให้ด้วย แล้วเขาจะส่งกล่องมาให้เราใส่ของ แต่ก่อนอื่นเราต้องกำหนดของที่จะเอากลับบ้านก่อน (ส่วนของที่ไม่เอากลับก็แน่นอน -- ยกให้ชาวบ้านหรือทิ้ง) และติดต่อบ.ขนส่งก่อนถึงวันที่ต้องการส่งประมาณหนึ่งเดือน

 

เนื่องจากเราจะส่งคอมพิวเตอร์กลับไทยด้วยเราจึงจ้างบ.ขนส่งค่ะ ไม่เอาไปรษณีย์ไทยเด็ดขาด ตอนที่เรากลับเราซื้อแพ็กเกจแบบจำกัดจำนวนกล่องแล้วเราใส่ของลงกล่องเองค่ะ พอจ่ายค่ามัดจำแล้วเขาก็ส่งกล่องมาให้เราแพ็กของ โดยมีข้อแม้ว่าแต่ละกล่องห้ามหนักเกิน 35 กิโลกรัม และเราต้องจัดการบุของที่จะส่งเอง นัดวันมารับของ เตรียมเอกสาร จ่ายเงินส่วนที่เหลือ เป็นอันเสร็จพิธี ของส่งทางเรือจะมาถึงไทยหลังจากวันส่งประมาณ 3-4 สัปดาห์ค่ะ บริษัทขอพาสปอร์ตไปด้วย เขาจะจัดการเคลียร์เรื่องภาษีนำเข้าให้

 


8. ติดต่อกับบริษัทค้ำประกันบ้าน

เวลาที่ใช้: แล้วแต่ แต่ควรรีบทำแต่เนิ่นๆ

เงินที่ใช้: ไม่มี และอาจจะได้เงินคืน

 

ข้อนี้อาจจะไม่มีทุกคนนะคะ แต่ของเราใช้บริษัทค้ำประกันบ้าน+ประกันภัย พอเราติดต่อไปทางบ.บ้านว่าจะออก เขาก็ส่งเอกสารมาบอกเราให้ไปยกเลิกสัญญาประกันด้วยค่ะ สมัยนี้น่าจะขอเลิกสัญญาทางอินเทอร์เน็ตได้ พอยกเลิกแล้ว บ.ประกันจะส่งเอกสารมาให้เรากรอกที่อยู่ใหม่และบัญชีธนาคารที่เขาจะโอนค่าประกันที่ไม่ได้ใช้คืนให้ค่ะ เราได้คืนมา 9000 เยน

 

แต่! ถ้าเราติดต่อเขาช้า เขาอาจจะคืนให้ได้หลังจากที่เราปิดบัญชีธนาคารไปแล้ว เราจะอดได้เงินคืน เราควรโทรไปหาเขาแต่เนิ่นๆ บอกว่าจะกลับประเทศ เขาจะถามเราว่าโอนเงินได้ถึงวันไหนและช่วยเร่งให้ค่ะ แต่อีประเภทโอนพรุ่งนี้มะรืนนี้ได้มั้ยนี่คงไม่ได้ รีบๆ คุยกับเขาดีที่สุดค่ะ

 


9. ชำระค่าอินเทอร์เน็ต

เวลาที่ใช้: ครึ่งวัน

เงินที่ใช้: ค่าเน็ตหนึ่งเดือน

 

เราเรียกเขามาหลังจากเราแพ็กคอมส่งกลับประเทศไปแล้วค่ะ

 

เราไม่ทราบวิธีของบ.อื่นนะคะ พอดีเราใช้ JCOM ก็โทรไปบอกเขา แล้วเขาจะนัดวันเวลา ส่งคุณลุงมาเก็บโมเด็มที่บ้าน เซ็นเอกสารยกเลิก เป็นอันเสร็จพิธี ค่าเน็ตจะจ่ายตรงนั้นเลยก็ได้ หรือจะให้ตัดจากบัญชีก็ได้ (กรณีที่ตัดจากบัญชีได้ก่อนกลับประเทศ) 

 

10. ยกเลิกสัญญาอื่นๆ  เช่น NHK หรือบัตรเครดิต


เวลาที่ใช้: อาจจะยาวนานถึงสองเดือน

เงินที่ใช้: แล้วแต่การรูดบัตรของแต่ละคน

 

บัตรเครดิตนี่ควรรีบๆ ติดต่อบริษัทนะคะ เพราะอาจจะไม่สามารถจ่ายเงินค้างชำระเป็นเงินสดได้ ถ้าเราปิดบัญชีธนาคารที่เชื่อมกับบัตรเครดิตไปแล้วก็จะจ่ายเงินไม่ได้ กลายเป็นหนีหนี้ไป

 

ตามปกติแล้ว บัตรเครดิตจะเอาค่าใช้จ่ายของเดือนหนึ่ง ออกบิลในวันที่ 20 ของเดือนสอง และไปจ่ายในเดือนสาม เราจึงควรหยุดใช้บัตรเครดิตก่อนปิดบัญชี/กลับประเทศเป็นระยะเวลาสองเดือน

 

ก่อนยกเลิกบัตรเครดิตก็อย่าลืม ถ้าเราจ่ายค่าอะไรต่อมิอะไร เช่น ค่าน้ำค่าไฟ ด้วยบัตรเครดิตอยู่ล่ะก็ ให้ไปเปลี่ยนวิธีการจ่ายเงินก่อนด้วยนะคะ ของเรานี่เรากลัวจะอดซื้อ kindle E-book อย่างเดียว แต่ก็ไปซื้อ amazon gift card จากเซเว่นมาใช้แทนบัตรเครดิตได้อยู่

 

ส่วน NHK นี่ถ้าไปบอกเค้าว่าเราจะกลับประเทศ เขาก็จะไม่วุ่นวายกับเราอีกต่อไป

 


11. จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแก๊ส


เวลาที่ใช้: ครึ่งวัน

เงินที่ใช้: แล้วแต่ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแก๊ส ของแต่ละคน

 

การ จ่ายเงินงวดสุดท้าย ใช้วิธีโทรไปบอกให้เขามาเก็บค่ะ บอกเขาว่าขอยกเลิกสัญญาเพราะจะกลับประเทศ เขาจะนัดวันแล้วมาอ่านมิเตอร์ แล้วเราก็จ่ายเงินที่หน้าบ้านเลย พอจ่ายแล้วก็ไม่สามารถใช้น้ำ ไฟ แก๊ส ได้อีกแล้วนะคะ (จริงๆ ก็ใช้ได้แหละ แต่ไม่ดีนะคะ T v T) เราเรียกเขามาเก็บเงินตอนเช้าก่อนคืนกุญแจค่ะ อาบน้ำอาบท่าเรียบร้อยก็สับคัตเอาท์จ่ายเงินเลย

 

12. ปิดบัญชีธนาคาร


เวลาที่ใช้: หนึ่งชั่วโมง

เงินที่ใช้: ไม่มี

 

ก็แค่ไปปิดบัญชีธนาคารน่ะค่ะ แล้วก็ขนเงินกลับบ้าน...

 


13. Forward จดหมาย


เวลาที่ใช้: หนึ่งชั่วโมง

เงินที่ใช้: ไม่มี

 

ในกรณีที่ยังต้องการรับจดหมายอยู่ ต้องไปทำเรื่องที่ปณ. เพื่อ forward จดหมายค่ะ ถ้ามีเพื่อนที่สามารถไหว้วานให้ช่วยรับจดหมายได้จะให้ส่งไปบ้านเพื่อนก็ได้ เราไม่ได้ทำเพราะไม่มีจดหมายอะไรที่ต้องรับแล้ว


 

14. ตรวจสภาพห้องและคืนกุญแจห้อง


เวลาที่ใช้: ประมาณ 1-1.5 ชั่วโมง

เงินที่ใช้: ไม่มี

 

เจ้าของบ้านก็จะมาตรวจบ้านค่ะ เขาจะเปิดน้ำเปิดไฟ เปิดตู้ ดูผนังห้อง อะไรก็ว่าไป แล้วก็ให้เราเขียนที่อยู่สำหรับติดต่อ (ที่ต่างประเทศ) และให้เขียนบัญชีธนาคารที่จะโอนเงินค่าประกันบ้านคืนให้ (แล้วแต่สัญญาของแต่ละคนนะคะ อาจจะไม่เหมือนกัน)

 

ถ้าเขาตรวจเสร็จเรียบร้อย ไม่มีปัญหา ก็จบ โบกมือลาก่อน

 

สำหรับคนที่ไม่อยากเสียเงินค่าโรงแรมหรือไม่มีเพื่อนให้ไปขอค้าง สามารถ ทิ้งขยะงวดสุดท้าย (เช่นฟูก หมอนผ้าห่ม ผ้าม่าน) จ่ายค่าน้ำค่าไฟ คืนกุญแจ และขึ้นเครื่องบินกลับบ้านรอบเย็นในวันเดียวกันได้ค่ะ แต่เราอยากเที่ยวเล่นต่อ เราเลยไปนอนโรงแรมต่ออีกสองคืน

 


15. ยกเลิกสัญญาโทรศัพท์


เวลาที่ใช้: ประมาณ 1-2 ชั่วโมง

เงินที่ใช้: แล้วแต่

 

เราสามารถยกเลิกสัญญาโทรศัพท์ที่ร้านได้เลยค่ะ ไปยกเลิกก่อนขึ้นเครื่องก็ได้ ของเรา เรายกเลิกก่อนกลับหนึ่งวันค่ะ ถ้ายังจ่ายค่างวดผ่อนมือถือไม่หมดก็ต้องจ่าย ณ ตรงนั้น จ่ายค่ายกเลิกสัญญา จ่ายค่าโทรศัพท์และเน็ตของเดือนก่อน รวมทั้งค่าโทรและค่าเน็ตของเดือนนี้ เผลอๆ จ่ายกันหลายหมื่น เตรียมตัวเตรียมใจกันดีๆ นะคะ

 


16. แจ้งย้ายออก


เวลาที่ใช้: ประมาณ 1 ชั่วโมง

เงินที่ใช้: ไม่มี

 

ไปแจ้งที่เขตว่าจะย้ายออกค่ะ เขาจะได้ไม่คิดภาษีท้องถิ่นอีก ถ้าไม่แจ้งเขาก็นึกว่าเรายังอาศัยอยู่ที่นั่นอยู่นั่นแหละ ถ้ากำหนดวันย้ายออกแล้ว สามารถทำล่วงหน้าได้ค่ะ เราก็ไปแจ้งครึ่งเดือนก่อนย้ายออก ส่วนคนที่มีบัตรไซริวการ์ด ไม่ต้องคืนค่ะ เดี๋ยวไปที่สนามบิน บอกเขาว่าเราไม่กลับญี่ปุ่นแล้ว เขาจะเจาะรูบัตรแล้วคืนบัตรให้เรา

 

 

 

>v
เราใช้เวลาประมาณครึ่งเดือนก็ทำทุกอย่างเสร็จหมดค่ะ มีเวลาไปเที่ยวต่างจังหวัดสบายใจ

มีเวลานั่งดูหนังคาวบอย แถมยังมีเวลาขนต้นไม้กลับบ้านได้อีกสองร้อยต้น T v T

 

ตอนจะกลับมีงงๆ เรื่องภาษีอะไรนิดหน่อย คิดว่าคงมีคนที่งงเหมือนๆ กัน

เลยมาเขียนสิ่งที่ตัวเองทำเอาไว้ที่นี่ คนอื่นอาจจะไม่ได้ทำเหมือนกันเป๊ะๆ แต่ก็คงคล้ายๆ กันเนอะ

 

ยาวไปนิด แต่ก็จบแล้วค่ะ T v T

 

ใครอยากถามอะไรถามทางทวิตเตอร์ก็ได้นะคะ ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เข้าเน็ตแต่ถ้ามีเข้ามาเจอจะพยายามตอบเท่าที่ทำได้ค่ะ



edit @ 10 May 2015 20:32:24 by persona non grata