2008/Aug/25

American History X






Title: American History X
Directed  by: Tony Kaye
Written by: David McKenna
Genre: Crime/Drama
Distributed by: New Line Cinema
Release date: October 23, 1998
Country: USA
Language: English






เรื่องย่อ


แดน นี่ วินยาร์ด (เอ็ดเวิร์ด เฟอร์ลอง) ถูกดร. สวีนีย์-อาจารย์ใหญ่สั่งให้ทำรายงานวิชาประวัติศาสตร์ใหม่หลังจากอาจารย์ ประจำวิชาฟ้องว่าเขาเขียนเรื่องราวยกย่องฮิตเลอร์ ดร. สวีนีย์สั่งให้เขาเขียนรายงานเรื่องพี่ชายของตัวเอง เดเรค วินยาร์ด (เอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน) อดีตหัวหน้ากลุ่มอเมริกันต่อต้านชนผิวสีที่เพิ่งออกจากคุกเมื่อเช้านี้

พ่อ ของเดเรคและแดนนี่ปลูกฝังให้ลูกเกลียดชังคนผิวดำและ affirmative action เดเรคเชื่อว่าคนต่างชาติที่หลั่งไหลเข้าไปหากินในอเมริกาเป็นพวกปรสิต สร้างปัญหา ประเทศของเขาต้องเสียงบประมาณมากมายเพื่อเลี้ยงดูคนพวกนี้ เสียแม้กระทั่งค่าเรือนจำเพื่อคุมขังคนพวกนั้น เดเรคเข้าร่วมกลุ่มนีโอนาซีชื่อ The Disciples of Christ ก่อตั้งโดยคาเมรอน อเล็กซานเดอร์ รวบรวมเด็กวัยรุ่นผิวขาวเข้าแก๊งต่อต้านคนผิวสี พวกเขาบุกทำลายร้านค้าของคนเกาหลีที่ว่าจ้างพวกเม็กซิกัน ท้าแข่งบาสกับคนผิวดำเพื่อยึดสนามบาสเป็นของตัวเอง

อย่างน้อย ตอนที่เดเรคยังอยู่ พวกผิวขาวก็ไม่ต้องหวาดกลัวยามเดินอยู่บนท้องถนน ทำไมเจ้าของประเทศจะต้องหวาดกลัวและคอยระวังภัยจากปรสิตพวกนั้นด้วยล่ะ แม้แต่แดนนี่ก็คิดเช่นนั้น




คืน หนึ่ง เมื่อสามปีก่อน กลุ่มวัยรุ่นผิวดำมาที่บ้านของครอบครัววินยาร์ด ทุบรถของเดเรค สองในสามจึงถูกเดเรคฆ่าตาย เดเรคถูกตำรวจจับเข้าคุก

แดน นี่เทิดทูนพี่ชายของเขา และหวังจะเติบโตเป็นผู้ชายที่แข็งแกร่งเช่นเดียวกับเดเรค แดนนี่สูบบุหรี่ กล้อนผม สักรูปกากบาท และไปงานปาร์ตี้ของแก๊งที่บ้านริมชายหาดของคาเมรอน แต่ทันทีที่เดเรคออกจากคุก เขาก็สั่งให้น้องชายเลิกสิ่งเหล่านั้นทั้งหมด เดเรคบอกคาเมรอนว่าเขาจะออกจากแก๊ง รวมทั้งแดนนี่ด้วย เขาจะกลับตัวเป็นคนดี ดูแลครอบครัว พอกันทีสำหรับการเหยียดสีผิว


อะไรทำให้เดเรคเปลี่ยนความคิด?


เกิดอะไรขึ้นระหว่างสามปีที่เขาถูกจองจำ?


อืม...



ฉันก็ไม่อยากเล่าให้คุณฟังหรอกนะ





วิจารณ์ - สปอยล์



"Have anything you've done made your life better?"

ประโยคนี้แหละที่อยากให้ทุกคนได้ยิน


ฉัน ได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นครั้งแรก เมื่อตอนหัวค่ำนี่เอง จากนั้น ฉันก็ดูภาพยนตร์เรื่องนี้ครั้งที่สองทันทีที่ฉันเริ่มเขียนกระทู้นี้ อีกห้านาทีถัดมา ฉันก็เปิดภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นหนที่สาม และฉันก็กำลังรัวแป้นพิมพ์ยิกๆ

สามรอบคอมโบเซต แต่ฉันไม่เบื่อเลย

เอา เถอะ คุณอาจจะแย้งว่า รสนิยมของเราไม่เหมือนกัน คุณดูแล้วอาจจะหลับเช็ดก็ได้ ถูกต้อง ฉันไม่เถียง แต่คุณจะรู้ได้ยังไงถ้าคุณไม่ลอง "ดู" สักหน

American History X คือสิ่งที่ฉันรอมานานเหลือเกิน เพราะคราวแรกที่ได้มันมา เครื่องคอมพิวเตอร์ของฉันก็ดันเปิดมันไม่ได้เสียนี่ แต่ฉันก็ดีใจที่ฉันเฝ้ารอ

นับแต่วันแรกที่ฉันอยากดูภาพยนตร์เรื่อง นี้ ฉันก็ได้อ่านคำนิยมเกี่ยวกับมันมากมาย เขาว่ากันว่าหนังเรื่องนี้ "มีพลัง" พลังอะไรหรือ? จะใช่หนังพังค์ไล่ยิงกันหรือเปล่า์? อะไรล่ะที่ทำให้พวกเขาบอกฉันว่ามันคือ "The Best Movie of 1998" ขอโทษนะ ฉันไม่มีวันเชื่อคำพูดของใครจนกว่าจะได้เห็นกับตา

แล้วฉันก็ได้เห็น








เอ็ด เวิร์ด เฟอร์ลองรับบทหนุ่มน้อยผู้ได้รับการปกป้อง เขาเป็นเด็กวัยรุ่น เติบโตมากับความเกลียดชัง เห็นความเปลี่ยนแปลงจากอดีตที่สงบเป็นปัจจุบันที่ยุ่งเหยิง สิ่งเหล่านั้นเกิดจากสีผิวและเชื้อชาติที่แตกต่าง ชายหาดที่เขารัก กลายเป็นกระดานหมาก และทุกคนก็ทำตัวเหมือนเม็ดหมากที่จ้องจะจับอีกฝ่ายกิน




เอ็ดดี้เหมาะกับบทนี้ เขามีทั้งภาพลักษณ์ของเด็กเฮี้ยวๆ และพ่อหนุ่มเทวดาอยู่ในตัวเอง แต่...เขาไม่เหมาะกับการสูบบุหรี่เลย 

แดน นี่ วินยาร์ดอาจจะคึกคะนองเหมือนวัยรุ่นทั่วไป แต่เขาก็เป็นเด็กฉลาดและกล้าหาญ ตอนต้นเรื่องจะเห็นว่าแดนนี่ช่วยเหลือเพื่อนร่วมสถาบันคนหนึ่งจากแก๊งเด็ก ผิวดำ นั่นหมายความว่าเขาเป็นเด็กดี ต้องขอบคุณเดเรคที่เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับเรื่องนี้

อย่างไรก็ตาม แดนนี่ไม่ใช่อาหารจานหลักของเรื่อง

เขาต่างหากล่ะ เอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน ผู้รับบท เดเรค วินยาร์ด พ่อหนุ่มนีโอนาซีตาหวาน

ลึกๆ แล้ว เดเรคเป็นคนดี เขาเคยเป็นนักเรียนดีเด่น ไม่มีคนโง่ที่ไหนพูดพล่ามเรื่องยากๆ อย่างเช่นการเหยียดสีผิวจนคู่สนทนาแทบฟังไม่ทันได้หรอก เพีียงแต่เขา "บ้าดีเดือดและโหดทะลุแดด" ไปหน่อยเท่านั้น ความเกลียดชังขับปลุกสัญชาตญาณสัตว์ป่าในตัวเขา และแล้วก็จบลงที่คุก




ใน คุก เดเรคเข้ากลุ่มกับพวกนักโทษผิวขาวได้อย่างรวดเร็ว แต่แล้วเขาได้เจอเพื่อนร่วมงาน(ซักรีด)ผิวดำผู้หนึ่ง ชื่อลามอนต์ ทีแรกเดเรคไม่ยอมคบหาสมาคมกับลามอนต์ "ระวังตัวให้ดีเถอะ ไม่มีใครเรียกฉันว่านิกเกอร์(นิโกร)หรอก นายต่างหากที่เป็นนิกเกอร์ในคุกนี่" นี่เป็นความจริงที่ลามอนต์บอกเขา นักโทษผิวขาวมีจำนวนน้อยกว่านักโทษผิวดำมาก พวกเขาต้องอยู่รวมกลุ่ม และพยายามสร้างความสัมพันธ์อันดีกับแก๊งนักโทษผิวสี เมื่อเดเรครู้เข้าก็รับไม่ได้ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมคนผิวขาวต้องนอบน้อมให้พวกผิวสี นักโทษคนหนึ่งบอกว่า ถ้าไม่ทำแบบนั้น ชีวิตในเรือนจำก็จะกลายเ้ป็นนรก

ลามอนต์เป็นคนคุย เก่ง ถึงเดเรคไม่ยอมพูดกับเขาเลย ไม่มองหน้า และทำท่ากระฟัดกระเฟียดใส่ แต่ลามอนต์ไม่ถือสาหาความ ไม่นาน เดเรคก็เริ่มเปิดใจและสนิทสนมกับลามอนต์ ด้วยเหตุนี้ นักโทษผิวขาวจึงไม่พอใจ พวกนั้นข่มขืนเดเรค พวกมันชั้นต่ำที่สุด

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เดเรคก็ออกจากกลุ่ม ลามอนต์บอกเขาว่าไม่มีใครรอดอยู่ในคุกได้โดยไม่มีพรรคพวกหรอก แต่เดเรคไม่สนใจ ไม่มีอะไรจะเสียมากกว่านี้อีกแล้ว ถ้าใครคุกคามเขาอีก เขาก็พร้อมจะแลก เดเรคคอยระวังตัวจากทั้งคนผิวขาวและคนผิวดำ เฝ้ารอว่าเมื่อไหร่จะได้ออกจากคุกเสียที และแล้ว วันนั้นก็มาถึง เขาได้ออกจากคุกอย่างปลอดภัย ตั้งแต่เหตุการณ์บัดซบครั้งนั้นก็ไม่มีใครหาเรื่องทำร้ายเขาอีกเลย เดเรคเชื่อว่าลามอนต์คือผู้อยู่เบื้องหลังความสงบสุขทั้งหมด

สีผิวที่เขาเกลียด เชื้อชาติที่เขาเกลียด หรือเจ้าของสิ่งเหล่านี้คือคนที่ช่วยปกป้องเขามาตลอด?








ในที่สุด...

เดเรคก็ได้รับบทเรียนอันมีค่า

ฉันก็ด้วย

ฉัน นั่งดูโดยไม่ลุกไปไหน ฉันนั่งดูโดยไม่แวบมาเล่นอินเทอร์เน็ต ใครขืนทัก MSN มาตอนนี้ล่ะก็ตกกระป๋องแน่ ในที่สุด...ฉันก็รู้แล้วว่า American History X มีพลังและดึดดูดใจมากแค่ไหน มันจะเป็น The Best ในปีไหนไม่สำคัญ แต่มันเป็นเรื่องราวที่เท่มากในใจฉันแล้วล่ะ ทุกฉากทุกตอนมีความหมาย  ฉันเล่าไม่ถูก ฉันไม่รู้จะเปรียบว่ามันเยี่ยมเหมือนอะไร

ดูเถอะ ขอร้อง ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ทำให้คุณเสียเวลาหรอก

แล้วจะรู้ว่า "การที่คนตาบอดกลับมองเห็นได้" เรื่องพรรค์นี้ไม่ต้องอาศัยพระเยซูเสมอไป แต่เขาจะมองเห็นเมื่อสายเกินไป...หรือเปล่า?

เท่านั้นเอง



SCREENSHOTS





















พื้นที่สกรีม


กร๊าซ!!

ไม่ ไหวแล้ว ทำม้าย ทำไมคุณพี่น่ารักเยี่ยงนี้ แรกๆ แอบโหด แต่หลังๆ น่ารักไม่ไหวแล้ว นั่งดูไปน้ำลายจะหยดแหมะๆ ไอ้กล้ามปูดโปนน่างั่มนั่นมันอะไรก๊าน



เซฟรูปนี้มา ถ้าทำ GIF ไม่เสียเวลาก็ทำไปแล้ว เอ้าฮึบ!

 



Movie Info: Imdb, Wiki, Wikiquote

งดทำซ้ำ
 

X-post @ Immortal-eden.com

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
โฮก เผื่อเค้าด้วย
น่าโฮกทั้งสองเอ็ดทีเดียว

ปล. มีโอจิ๊ชมมาเหงะวิ่งตัดหน้าอิฉ้านนน !!
#1  by  W★G At 2008-08-25 11:05, 
เรื่องนี้เคยดูนานมากแล้วค่ะ เป็นหนังที่สุดยอดมากๆ

นักแสดงเก่งๆถึง 2 คนมาเจอกันเนียะ >///<
#2  by  I'M KEROTA At 2008-09-07 21:07, 
อืมมม...
อยากดูอีกรอบเช่นกันครับ
#3  by  ilumin At 2008-09-08 16:53, 
เฮ้อ อยากดูอีกรอบ... ว่าแล้วก็ไปหยิบ DVD มาเปิดดีกว่า เหอเหอ
#4  by  อีฟ At 2008-10-02 17:02, 
ชอบเรื่องนี้มากเลยค่ะ
วิจารณ์ได้สุดยอด confused smile
#5  by  แอ้ At 2008-10-05 20:00, 
บอกได้คำเดียวว่าเรื่องนี้มัน
"สุดยอด" จริงๆค่ะ
#6  by  Saruno_Sarunin At 2009-07-02 06:56, 
เพิ่งดูจบมะกี้เองหนังเรื่องนี้ ได้ดูเป็นครั้งเเรก
เอ็ดทั้ง2น่ารักจริงๆ แต่ชอบเฟอร์ลองมากกว่า
ตอนจบไม่น่าตายเลย
เราร้องไห้เลยอ่ะ
#7  by  yuyu At 2009-09-29 15:01, 

<< Home


persona non grata
View full profile