
A secret he would not share.
An obsession he could not control.
A mystery he dare not resolve.
Title: The Book of Revelation
Directed by: Ana Kokkinos
Genre: Pointless Mystery/Thriller/Erotic
Release date: 7 September 2006
Country: Australia
Language: English
Cast:
Tom Long as Daniel
Greta Scacchi as Isabel
Colin Friels as Olsen
เรื่องย่อแบบเป็นผู้เป็นคน
ดาเนียล นักเต้นฝีมือดีหายตัวไปก่อนวันจัดการแสดง สิบสองวันหลังจากนั้น เขากลับมาอีกครั้ง แต่บทพระเอกก็ตกเป็นของคนอื่นไปเสียแล้ว
ตลอดเวลาที่เขาหายตัวไป เขาถูกกักขังและล่ามโซ่ไว้โดยผู้หญิงสามคน
ทั้งสามปกปิดหน้าตามิดชิด ดาเนียลถูกบังคับให้ปฏิบัติกามกิจต่างๆ ท้ายสุด
ทั้งสามสาวก็พาเขามาทิ้งไว้
ให้ดาเนียลกลับไปเผชิญหน้ากับชีวิตที่เขาไม่สามารถกลับไปได้อีกต่อไป
แม้ดาเนียลอยากแจ้งตำรวจ
แต่คดีหญิงลักชายไปกระทำชำเราคงได้แต่เรียกเสียงหัวเราะและคำว่า
"ไอ้ประสาท"
ดาเนียลเลิกเป็นนักเต้น เขาเก็บข้าวของไปตามหาคนร้าย
หลักฐานคือความทรงจำของเขาเอง เขาจำลักษณะบางประการของคนร้ายได้ เช่น
รอยสัก ปาน และสีผม ดาเนียลทำงานในร้านเบียร์
มีความสัมพันธ์กับผู้หญิงที่คลับคล้ายคลับคลาว่าจะเป็นคนร้าย
แต่จนแล้วจนรอด เขาก็หาตัวพวกหล่อนไม่พบ
บ่นและสปอยล์ อ่านแค่ย่อหน้าแรกๆ ก็ได้ถ้าไม่อยากอ่านสปอยล์
นั่งดูไปครึ่งเรื่องรู้สึกอยากเลิกดูอย่างมีเหตุผล แต่ด้วยความอยากรู้ว่าเรื่องนี้จะลงเอยอย่างไร เลยทนดูต่อไปจนจบเรื่อง เมื่อดูจบจึงได้รู้...
คิดผิดจริงๆ ที่นั่งดูต่อ
The Book of Revelation ควรเป็นชื่อของภาพยนตร์เรื่องอื่น ไม่ใช่เรื่องนี้ สิ่งที่ดีที่สุดที่คนดูได้รับคือความศิลป์ของโปสเตอร์ ปรบมือให้และชมเชยด้วยใจจริง
ดูโปสเตอร์+อ่านชื่อเรื่องแล้วนึกว่าเกี่ยวกับลัทธิไม่ก็ศาสนาแบบดาร์กนิดๆ
แต่จริงๆ แล้วเป็นบ้าบออะไรก็ไม่รู้ ในเว็บ IMDB จัดให้หนังเรื่องนี้เป็น
ทริลเลอร์? เอ่อ... อย่าอ้างตัวแบบนั้นเลย เพราะมันทริลโคตรๆ เรื่องลึกลับ? หึหึ
ลึกลับเกินไปแล้ว โรแม้ง? โรแม้งยังไงฟะ? อีโร? เออ อันนี้เห็นชัด
แก้ผ้ากันไปครึ่งเรื่อง Genre บานเบอะจนไม่อาจระบุประเภทได้ ยิ่งทนดูจนจบ
ยิ่งไม่อยากจะระบุประเภทให้หนังเรื่องนี้เข้าไปใหญ่ จะเป็นอะไรก็เป็นไปเถอะ
ช่วงต้นเดินเรื่องช้าจนน้ำลายจะยืดใส่คีย์บอร์ด
ดาเนียลหนุ่มออกไปซื้อบุหรี่ตามคำสั่งเมียแล้วหายต๋อมไป เมียตกใจนิดหน่อย
พอดาเนียลกลับมา เมียก็ตกใจอีกนิดหน่อย ถามจริงแม่คุณ
สามีมีประโยชน์แค่ใช้ไปซื้อโรคถุงลมโป่งพองกับเป็นคู่เต้นบนเวทีหรือไง
พอสามีเก็บของหนีไปตามหาคนร้าย เมียก็ไม่ว่าอะไร และตั้งแต่นั้น
ผู้กำกับก็เลิกจ้างคุณเธอแบบถาวร โทษฐานไม่อาลัยอาวรณ์สามี
ดาเนียลหวนคิดเรื่องในอดีตตอนที่ถูกจับไปเสมอ
เพื่อหาเบาะแสคนร้ายให้มากที่สุด
นั่นทำให้เราได้รู้เหตุการณ์ตอนที่เขาโดนจับไป ผู้หญิงโรคจิตสามคน
(ที่อาจจะเป็นสโตลกเกอร์ก็ได้) จับดาเนียลแก้ผ้า ลูบๆ คลำๆ
สั่งให้ช่วยตัวเองมั่งล่ะ สั่งให้เต้นมั่งล่ะ
คุณดาเนียลก็ขัดขืนพอเป็นพิธี แต่โดนทรมานจนต้องยอมเลยตามเลย
พอถามยายบ้าสามคนนั่นว่า "จับฉันมาทำไม?"
หนึ่งนางก็ตอบด้วยความมั่นอกมั่นใจ
"เพื่อความเพลิดเพลินจำเริญใจของพวกเรา" ดาเนียลยังไม่ละความพยายาม
หลอกถามสาวโม่งอีกนางที่ดูจะเป็นมิตรที่สุด "ทำไมต้องเป็นฉันด้วย"
คุณเธอตอบเสียงระทวย "เพราะคุณงดงามเหลือเกิน"
แม้จะไม่เข้าใจว่างดงามตรงไหนแต่ก็... (ยกนิ้ว)เด็ดมากคุณนาย
สรุปว่าเห็นหมอนี่แล้วหื่นแตกเฉยๆ เลยจับมา อย่ารับมุขนะ
ไหนลองยิ้มหวานแล้วบอกหน่อยสิว่า "คุณผู้ชมคะ คุณเข้าใจผิด"
ไม่มีใครยิ้มหวาน
สิบสองวันสรุปได้ว่า ดาเนียลโดนจับแก้ผ้า ทำหน้าที่ผู้ชายบ้าง
ทำหน้าที่เกย์ควีนโดยมีเกย์คิงเป็นสาวหัวไอ้โม่งบ้าง
โดนบังคับให้ชักว่าวต่อหน้าสาวเปลือยหัวไอ้โม่งบ้าง
นอกจากดาเนียลโดนบังคับแล้ว
คนดูยังถูกข่มขืนให้ดูฉากที่หาความสวยงามตามแบบฉบับอีโรติกไม่ได้
ด้วยความกลัวเสียเวลาเลยต้องย้ายโน้ตบุ๊คไปวางหน้ากะละมังซักผ้า ดูไปซักไป
สู้เค้า ดาเนียล เดี๋ยวซักผ้ารอ อะไร เสร็จแล้วหรือ
เพิ่งซักถุงเท้าได้ข้างเดียวเองนะ เร็วแบบนี้มิน่าล่ะเมียไม่ดูดำดูดี โอเค
แล้วไงต่อ...
พอเสร็จสมอารมณ์หมายสิบสองวันก็ลากขึ้นรถ
สาวๆ เอาผ้าขาวม้าคลุมหัวเหยื่ออารมณ์แล้วไปถีบทิ้งไว้ ดาเนียลกลับบ้านเมียก็ไม่สนใจ
อาชีพหลักกะบทก็โดนแย่งไปแล้ว ไปหาตำรวจก็โดนหัวเราะเยาะ
พ่อหนุ่มดวงซวยหมดอาลัยตายอยาก เก็บข้าวของออกตามล่าสามสาววิปริต
(ไม่รู้ว่าล่าล้างแค้นหรือล่าเพราะติดใจ) เริ่มจากมองหากลุ่มผู้หญิงสามคน
มีคนผมแดงสักคน ขออนุญาตแก้ผ้าเปิดก้นพวกหล่อนหารอยสักและปาน
แต่หาให้ตายก็ไม่เจอจนดาเนียลเริ่มสติแตก ฟันไม่เลือก แต่ก็ยังหาไม่เจอ
จู่ๆ
เจ้าของคณะเต้นที่ดาเนียลเคยอยู่ด้วยก็ป่วยเป็นโรคร้าย ใกล้ตายกะทันหัน
ดาเนียลกลับมาเยี่ยมเพื่อนเก่า แต่ไม่ยอมกลับไปเต้น
จนในที่สุด ดาเนียลก็พบรักกับสาวที่หน้าตาไม่โดดเด่น หล่อนเป็นนักศึกษา ฉลาด
นิสัยดี ดาเนียลตัดสินใจคบหาเป็นแฟนแล้วกลับไปเต้นอีกครั้ง
แต่เขาไม่อาจลืมวิปริตเรนเจอร์ได้ เมื่อเขาพาแฟนไปเที่ยวผับ
ก็ไปเจอสาวคนหนึ่งเข้าเค้า
เลยลากเข้าห้องน้ำกระชากเสื้อดูเนินอกว่ามีปานไหม ปรากฏว่า... ไม่มี
(ตรูว่าแล้ว) เลยโดนตำรวจลากเข้าซังเต แฟนทิ้งอีก น่าสงสารดาเนียล
แต่จะบอกให้นะว่า
ผู้หญิงเขาไม่สนผู้ชายที่ทำท่าเหมือนจะข่มขืนสาวอื่นในระยะเผาขนหรอก
เอาล่ะ(ถูมือ) จุดสุดยอดมันอยู่ตรงนี้ ไอ้ข้างบนนั่นจะมีความหมายขึ้นมาทันที ถ้าไม่มีนาทีสุดท้าย
คุณตำรวจที่รู้จักกันมาหาดาเนียลที่คุก กอดปลอบใจ ดาเนียลก็เริ่มเปิดใจเล่า
"ผมเจอผู้หญิงคนหนึ่ง และรู้สึกเหมือนว่ารู้จักหล่อนมาก่อนน่ะครับ"
คุณตำรวจบอกว่า "ไม่...ดาเนียล นั่นเป็นตอนอวสาน
เล่าตั้งแต่ต้นเรื่องสิ..."
จอเป็นสีดำ credits ลอยตัวขึ้นช้าๆ ผู้ชมได้ฟังบทเพลงอันไพเราะ (อีกหนึ่งความดีงามของภาพยนตร์เรื่องนี้)
เย จบละ
ไม่ได้ล้อเล่นด้วยล่ะเออ...
จบตรงนี้เนี่ยนะ แล้วที่ดูมาตลอดเกือบสองชั่วโมงมันคืออะไร? ตกลงอยากสื่ออะไร? ความต้องการในใจมนุษย์หรือ? หรือว่าอยากสื่อเกี่ยวกับ Lust? เฟมินิสม์(แนวเสื่อม)? ไม่เข้าใจ? การโดนจับไปมันเปลี่ยนแปลงชีวิตดาเนียลยังไง เห็นเปลี่ยนไปในทางเลวลง แล้วก็ดีขึ้นเพราะแฟนใหม่ แล้วก็เลวลง ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เนื้อเรื่องช้าเร็วช้า สลับกันอยู่เรื่อย จนสลับความถี่ตามไม่ทัน พีคอยู่ที่ไหน? ไม่เห็นจะมีจุดพีค ดาเนียลค้นหาผู้หญิงสามคนนั่นไปเรื่อยๆ แล้วก็จบเอาดื้อๆ เรางี่เง่าเองหรือเปล่าที่ไม่เข้าใจ
สรุปก็คือไม่รู้อะไรสักอย่าง จบค้างคา ได้แต่ภาวนาว่าอย่ามีมันเลยภาคสอง ถึงมีก็ไม่ดู ไม่รู้ก็ไม่ตาย เกลียดแล้ว! จริงๆ เกลียดมาตั้งแต่ต้นเรื่องแล้ว! มายก็อด! มายมัม! มายแลนด์เลดี้! มายแฮมสตี้! ขอยืมกรงมาเขวี้ยงจอ+ทุบ CD ให้แตกเป็นผุยผงได้ไหมจ๊ะ
เท่าที่ดูไป มันเป็นหนังสนองนี๊ดสำหรับคนที่มีรสนิยมเฉพาะ ซึ่งไม่ใช่เรา ทุกฉากที่เหมือนจะอีโรติกก็อุบาทว์สิ้นดี นี่ขนาดเราไม่ได้ใสซื่อหรือทนดูของแบบนี้ไม่ได้ ยังรู้สึกแบบนี้เลย สำหรับเราแล้ว หนังเรื่องนี้"ไม่สนุก"และ"ไม่สวย" หลายๆ ฉากเห็นแล้วเหมือนถูกตบจนหน้าชา สะอิดสะเอียน จนบัดนี้ภาพก็ยังติดตา แล้วอะไรล่ะคือสิ่งที่ผู้สร้างต้องการสร้างขึ้นในจิตใจของผู้ชม ให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนโดนเหยียดหยามทางเพศ? ขอบคุณ...ขอบคุณมาก โลกนี้ยังห่วยแตกไม่พอหรือไง
หนังเรื่องนี้สร้างจากนิยายของ Rupert Thomson ไม่รู้ว่าฉบับนิยายเป็นอย่างไร บรรยากาศบนหน้ากระดาษอาจจะไม่หยาบโลนเท่าแบบเห็นภาพ อาจจะงามกว่า อาจจะมีความหมายแฝงที่สื่อได้ชัดกว่าโดยการใช้ถ้อยคำสวยๆ แต่เท่าที่ดูจนจบ - ไม่ชอบเนื้อเรื่อง ไม่มีความคิดว่าจะหานิยายมาอ่าน ไม่ว่ามันจะดีกว่าเวอร์ชั่นภาพยนตร์หรือไม่ก็ตาม - ส่วนเวอร์ชั่นภาพยนตร์ สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นไม่เท่ามือคลำ ขอพูดแค่ว่า ได้ดูในสิ่งที่เราไม่อยากดู ก็แล้วกัน
(/*me ปาไข่)
Screenshots



































คัดมาแต่ภาพที่ดูได้
Movie Info: imdb
งดทำซ้ำ
x-post @ immortal-eden.com
