
Arnie knows a secret.
His big brother Gilbert is the greatest person on the planet.
Title: What's eating Gilbert Grape
Directed by: Lasse Hallström
Written by: Peter Hedges
Genre: Drama, Romance
Distributed by: Paramount Pictures, J&M Entertainment
Release date: December 25, 1993
Language: English
Starring:
Johnny Depp as Gilbert Grape
Leonardo DiCaprio as Arnie Grape
Juliette Lewis as Becky
Mary Steenburgen as Betty Carver
Darlene Cates as Bonnie Grape
Laura Harrington as Amy Grape
Mary Kate Schellhardt as Ellen Grape
เรื่องย่อ
ในเมืองเล็กๆ แสนสงบแห่งหนึ่งชื่อเมืองเอนดอร่า
กิลเบิร์ตอาศัยอยู่กับครอบครัวในบ้านที่พ่อของเขาสร้างไว้ ครอบครัวเล็กๆ
ประกอบด้วย พ่อที่ฆ่าตัวตายไปแล้ว
แม่ผู้เป็นโรคอ้วนจนถูกชาวเมืองหัวเราะเยาะ เอมี่พี่สาวผู้ชอบทำอาหาร
แลร์รี่น้องชายที่ออกจากบ้านไปแล้ว น้องสาวคนเล็กชื่อเอลเลน
และคนสุดท้ายที่จะลืมเสียมิได้ -- อาร์นี่


อาร์นี่เป็นพี่ชายของเอลเลน แต่เขาพิการทางสมอง เป็นเด็กปัญญาอ่อน
กล่าวคือมีระดับสติปัญญาต่ำกว่าปกติ
หมอเคยบอกว่าอาร์นี่น่าจะอยู่ได้ถึงอายุสิบขวบ แต่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
อาร์นี่ก็จะมีอายุครบสิบแแปดปีแล้ว
ทั้งครอบครัวจึงร่วมมือกันจัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดให้อาร์นี่


กิลเบิร์ตทำงานที่ร้านขายของชำในเมือง
แต่ชาวเมืองส่วนใหญ่ไปจับจ่ายซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตฟู้ดแลนด์
ลูกค้าร้านของชำมีน้อยมาก หนึ่งในนั้นคือเบ็ตตี้
คุณแม่ลูกสองที่แอบมีความสัมพันธ์ลับๆ กับกิลเบิร์ต
เบ็ตตี้ใช้ฐานะลูกค้าร้านของชำล่อกิลเบิร์ตให้ไปส่งของที่บ้าน
เธอเป็นฝ่ายยั่วยวนเขาก่อนเสมอ กิลเบิร์ตกลัวว่าหากสามีของเบ็ตตี้รู้เข้า
สามีของเบ็ตตี้จะฆ่าเขาด้วยความหึงหวง เขาอยากเลิก
แต่เบ็ตตี้หลงกิลเบิร์ตมากจึงกัดไม่ปล่อย


กิลเบิร์ตมีหน้าที่ดูแลอาร์นี่ เขาต้องอยู่กับน้องชายตลอดเวลา
เวลาไปทำงานที่ร้านของชำ กิลเบิร์ตก็หนีบอาร์นี่ไปด้วย อาบน้ำให้อาร์นี่
พาอาร์นี่เข้านอน คอยระวังไม่ให้อาร์นี่ปีนแทงค์น้ำในเมือง
กิลเบิร์ตคอยสอนเรื่องต่างๆ ให้อาร์นี่เช่นการพูดขอบคุณ
กิลเบิร์ตตามใจอาร์นี่สารพัด
ไม่ยอมให้ใครรังแกอาร์นี่ไม่เว้นแม้แต่เอลเลนน้องสาวของเขาเอง
ด้วยสารพัดภาระที่เขาต้องแบกรับ กิลเบิร์ตรู้สึกอึดอัด
แต่เขาก็ไม่สามารถทิ้งภาระเหล่านี้ไปเฉยๆ ได้
เขาแทบไม่มีเวลาส่วนตัวหรือทำอะไรเพื่อตัวเองเลยเลย


อยู่มาวันหนึ่ง กิลเบิร์ตได้พบกับสาวสวยแปลกหน้าชื่อเบ็กกี้
เบ็กกี้เดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ กับคุณยายของเธอด้วยรถบ้าน
รถดันมาเสียที่เมืองเอนดอร่า
เบ็กกี้จึงต้องอาศัยอยู่ในเมืองจนกว่าคุณยายจะซ่อมรถเสร็จ
เบ็กกี้เป็นสาวสวยนิสัยดี ใจกว้าง มองโลกในแง่ดี
เธอเข้าอกเข้าใจปัญหาและความผิดปกติของอาร์นี่
เธอไม่รังเกียจอาร์นี่แม้แต่น้อยอีกทั้งยังปฏิบัติต่อเขาเหมือนเขาเป็นคน
ปกติ กิลเบิร์ตตกหลุมรักเบ็กกี้ เขายึดเธอเป็นที่พึ่งทางใจ
แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าอีกไม่นาน...เธอก็จะจากเขาไป








สถานที่ต่างๆ ในเมืองเอนดอร่า
เล่าสู่กันฟัง
คุ้มค่า
คุ้มเวลาที่เสียไป
ไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นความรู้สึกได้ ภาพยนตร์เรื่องนี้นำเสนอสีเทาที่ผันเปลี่ยนเป็นสีดำ จากนั้นจึงชี้ให้เราเห็นแสงสว่างในความมืด
หลังจากดูภาพยนตร์เรื่องนี้จบแล้ว รู้สึกโล่งใจ
ในขณะเดียวกันก็รู้สึกอบอุ่นและเศร้าอยู่ลึกๆ
สิ่งที่ภาพยนตร์เรื่องนี้สื่อออกมาแทบทั้งหมดเกี่ยวข้องกับสถาบันครอบครัว
ซึ่งใกล้ตัวเรามาก ดูตัวละครแล้วย้อนมาดูตัวได้ไม่ยากเลย




แม้อาร์นี่จะเป็นเด็กปัญญาอ่อน วันๆ ได้แต่ก่อเรื่องยุ่ง
แต่แม่ก็รักอาร์นี่มาก อาจจะรักมากที่สุดด้วยซ้ำ
(ชอบที่แม่เรียกอาร์นี่ว่า Sunshine
เพราะอาร์นี่มีภาพลักษณ์เป็นความสว่างสดใส) เห็นภาพแม่ลูกกอดกันแล้วซึ้งใจ
ฝ่ายพี่น้องอาจจะดูเหมือนรำคาญอาร์นี่ เอลเลนบอกว่าอาร์นี่เป็นตัวยุ่ง
แต่ทุกคนก็ร่วมมือร่วมใจกันจัดงานเลี้ยงวันเกิดให้เขา
แสดงให้เห็นว่าพี่น้องรักอาร์นี่มากเพียงไร โดยเฉพาะกิลเบิร์ต
กิลเบิร์ตใกล้ชิดกับอาร์นี่มากกว่าใครๆ
อาร์นี่เองก็คิดว่ากิลเบิร์ตเป็นพี่ชาย เป็นเพื่อนแท้
เป็นเกราะคุ้มภัยที่แข็งแกร่งที่สุด ใครกล้ารังแกอาร์นี่ บอกกิลเบิร์ต!
ถ้าอาร์นี่ไปก่อเรื่องวุ่นวายอย่างเช่นปีนแทงค์ล่ะ?
ก็...เอ่อ...บอกกิลเบิร์ตอีกเหมือนกัน




ตอนแรกว่าจะเขียนเรื่องหนังเกย์มีสกุลกันต่อ
แต่สาเหตุที่หยิบเรื่องนี้มาเขียนก่อน Total Eclipse เพราะลีโอน้อยโมเอะ
ไร้เดียงสา เอ๊าะ และไม่โชว์จ้อน แม้ว่าในแง่ของพล็อต
กิลเบิร์ตจะเป็นพระเอก แต่ดูไปดูมา หนูลีโอเด่นกระแทกตากว่าป๋าเดปป์แฮะ
ลีโอน้อยเล่นเอาสัมภเวสีโชตะค่อนสิงสู่ผู้ชมไปสองชั่วโมงเต็ม
แต่ถึงจะน่ารักแค่ไหน ถ้าเราต้องทำหน้าที่แทนกิลเบิร์ต
เราก็คงหงุดหงิดถึงขั้นกัดเล็บตาย(?)ล่ะมั้ง ไอ้เด็กบ้านี่ พูดไม่ฟัง
เดี๊ยะปั๊ด จับมัดเงื่อนเต่าเอาแส้เฆี่ยนซะเลย (โชตะค่อนฝึกหัดธาตุ S
เข้าแทรก)
ในสายตาของเรา ตัวละครที่มีสีสันที่สุดน่าจะเป็นอาร์นี่
อย่างไรก็ตาม พระเอกของเรื่องนี้คือกิลเบิร์ต เกรป




ชีวิตของกิลเบิร์ตได้รับการกดดันจากหลายฝ่ายเหลือเกิน
ปัญหาของพ่อหนุ่มคนนี้เหมือนจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่
แต่พอมารวมกันแล้วก็หนักหนาเอาการ
หนึ่ง
ปัญหาแม่ที่อ้วนจนขยับตัวแทบไม่ไหว แม่ผู้เคยสวย อ่อนหวาน
และเป็นคนสนุกสนาน พอพ่อตายก็กลายเป็นยายอ้วนซึมเศร้า วันๆ
เอาแต่นั่งดูทีวีคับโซฟา กลายเป็นของแปลกให้เด็กๆ จ้องมอง
กลายเป็นโจ๊กให้ทุกคนหัวเราะเยาะ ใครพบเห็นก็เหลือบแลด้วยหางตา
ร้ายกว่านั้นก็เอากล้องมาเก็บภาพเหมือนคนอ้วนเป็นตัวประหลาด
กิลเบิร์ตไม่รู้จะแก้ปัญหานี้ที่ไหน แก้ที่ชาวเมืองหรือ?
ไล่พวกมันไปตายซะโทษฐานดูถูกคนอื่นและมองคนเพียงเปลือกนอก
หรือควรจะแก้ที่แม่ของตัวเอง?
แต่เขาก็ไม่กล้าพอจะบอกให้แม่ปรับปรุงตัวอยู่ดี




ฉากที่น่าอึดอัดมากคือฉากชาวเมืองรุมดูแม่ของกิลเบิร์ตอย่างดูถูกเหยียมหยาม
เด็กๆ มองแล้วหัวเราะคิกคัก พวกผู้ใหญ่เห็นแล้วเบือนหน้าหนี
เดิมทีกิลเบิร์ต
เอมี่และเอลเลน(ไม่รวมอาร์นี่)ก็เอือมระอาแม่ตัวเองอยู่บ้าง
เพราะแม่ไม่ได้พิการแบบอาร์นี่แต่ยังทำตัวเป็นภาระ
สมควรแล้วที่จะโดนคนเขาหัวเราะเอา
บางครั้งก็คิดเสียว่าแม่ทำให้ตัวเองและลูกอับอาย ไม่ใช่ปัญหาของลูก
แต่เมื่อผ่านเหตุการณ์ครั้งนั้น ลูกๆ
ทั้งสามคนก็รับเอาปัญหานั้นเป็นปัญหาของตัวเองด้วย
เพราะพวกเขาโกรธที่ชาวเมืองปฏิบัติต่อแม่แบบนั้น ไม่ว่าแม่จะเป็นอย่างไร
ลูกทุกคนก็รู้แก่ใจว่าพวกเขารักแม่มากแค่ไหน ในสายตาของลูก
แม่ไม่ใช่สัตว์ประหลาดและไม่มีวันเป็นสัตว์ประหลาดไปได้




สอง
ปัญหาอาร์นี่ กิลเบิร์ตดูแลอาร์นี่จนแทบไม่มีเวลาหายใจหายคอ
แต่เดิมกิลเบิร์ตพยายามใจเย็น เอาน้ำเย็นเข้าลูบ
เขาคอยย้ำเตือนตัวเองว่าอาร์นี่ไม่เหมือนคนทั่วไป
อาร์นี่ต้องการการดูแลเอาใจใส่ อาร์นี่ไม่มีระเบียบ พูดไม่รู้เรื่อง
เอาแต่ใจ ไม่ใช่เพราะอาร์นี่เป็นไอ้เด็กเวร แต่เพราะอาร์นี่เป็นเด็กพิการ
เขาพยายามสอนอาร์นี่ให้ทำสิ่งต่างๆ ด้วยตนเองเหมือนที่คนทั่วไปทำกัน
แต่อาร์นี่ไม่เรียนรู้อะไรเลย ชีวิตนี้อาร์นี่คงขาดกิลเบิร์ตไม่ได้
แล้วกิลเบิร์ตล่ะ?
ไม่มีใครถามเขาเลยหรือว่าเขาอยากดูแลอาร์นี่ตลอดไปหรือเปล่า
สาม
ปัญหาเรื่องงาน ร้านของชำที่กิลเบิร์ตทำงานอยู่ไม่มีลูกค้าเลย
ร้านอาจจะเจ๊งได้ทุกเมื่อ
กิลเบิร์ตต้องคอยปลอบใจเจ้าของร้านว่าให้สู้ต่อไป เดี๋ยวลูกค้าก็กลับมา
ทว่าจนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีวี่แววว่าซุปเปอร์มาร์เก็ตจะปิดกิจการลงเสียที
ปัญหานี้ไม่มีทางแก้ ตราบใดที่โมเดิร์นเทรดยังเรืองอำนาจ
มีหรือมันจะปล่อยให้โชห่วยอยู่รอดปลอดภัย
สี่ ปัญหาหญิงโฉดชายชั่ว
กิลเบิร์ตเป็นชายชั่ว คบชู้เมียชาวบ้าน
โชคร้ายที่เมียชาวบ้านคนนั้นดันเป็นลูกค้าประจำของร้าน ถ้าเขาปฏิเสธเธอ
เธออาจไม่มาซื้อของที่ร้านอีกต่อไป แถมยังสามีของเธออีกล่ะ
กิลเบิร์ตถูกเคน-สามีของเบ็ตตี้-เรียกไปพบที่ออฟฟิศหลายครั้ง
กิลเบิร์ตเดาว่าเคนคงอยากเคลียร์เรื่องที่เขาเป็นชู้กับเบ็ตตี้
หรือไม่แน่...เคนอาจจะหลอกกิลเบิร์ตไปฆ่าหั่นศพ
ปัญหานี้เป็นปัญหาที่เราว่าน่ารำคาญที่สุด เพราะเราเกลียดผู้หญิงร่าน
กิลเบิร์ตเองก็ผิด
และในเมื่อ"อุตส่าห์รู้ตัวว่าผิด"แล้วก็ยังไม่ตัดสัมพันธ์ให้เด็ดขาดอีก
สุดท้าย ปัญหาก็คลี่คลายแบบแปลกๆ เหมือนตัดจบปัญหาไปเสียอย่างนั้น ไม่ปลื้ม




ห้า
ปัญหาหัวใจ รักคุณเข้าแล้วเป็นไร รักจนคลั่งไคล้จริงจัง
คุณจะไปจากเมืองหรือยัง ฉันใด รู้ดีว่าต้องกินแห้ว แต่ก็รักไปแล้วจนได้
ได้แต่นึกหวั่นใจ ว่าเธอจะจากไปสักวัน รักคุณเข้าแล้วเต็มทรวง
แต่เรานั้นดวงคลาดกัน งั้นเราควรรักกันไหม? ผมอยู่ที่เดิมนี่แหละคุณ
ส่วนคุณจะไปไหนก็ไป ผมไม่อยากรั้งไว้ จะไปก็รีบไปเลยคุณ
ก้อนหินหลงรักสายลมก็แบบนี้ มีน้ำหนักถ่วงแข้งถ่วงขามาก
จะโบยบินตามสายลมที่น่ารักอย่างไรทัน
กิลเบิร์ตไม่เคยเจอคนอย่างเบ็กกี้มาก่อน เธอคือสายลม
เธอคือสัญลักษณ์ของอิสรภาพที่เขาไม่เคยได้รับ เขาอยากอยู่กับเธอตลอดไป
แต่เขาก็ไม่สามารถทิ้งปัญหาบลาๆ
ที่กล่าวมาข้างต้นแล้วแปลงร่างเป็นสายลมบินเคียงคู่ไปกับเธอได้
เบ็กกี้เคยถามกิลเบิร์ตว่า เขาต้องการอะไรมากที่สุด กิลเบิร์ตตอบว่า
เขาอยากได้บ้านหลังใหม่ให้ทุกคนในครอบครัว
เขาอยากให้แม่เต้นแอโรบิกลดน้ำหนัก เขาอยากให้เอลเลนโตเป็นผู้ใหญ่
และเขาอยากได้สมองใหม่ให้อาร์นี่
เมื่อเบ็กกี้คาดคั้นให้เขาบอกสิ่งที่ตัวเองต้องการ เพื่อตัวเองเท่านั้น
กิลเบิร์ตตอบว่า เขาอยากเป็นคนดี แต่เขาทำไม่ได้หรอก
ฟังดูเหมือนกิลเบิร์ตอยากลดภาระของตัวเอง เขาจึงคิดว่าตัวเองเห็นแก่ตัว
แต่ในความเห็นแก่ตัวนั้นก็มีความรักความเอื้ออาทรซ่อนอยู่
สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับกิลเบิร์ตก็ไม่ใช่ตัวเอง ไม่ใช่เบ็กกี้
แต่เป็นครอบครัว เขาไม่ต้องการอะไรสำหรับตัวเอง
แต่เขาอยากให้ครอบครัวได้รับสิ่งดีๆ เมื่อใดที่ทุกคนในครอบครัวมีความสุข
กิลเบิร์ตก็จะมีความสุขไปด้วย
ราวกับว่า ทุกข์สุขไหลเวียนอยู่สายใยแห่งครอบครัวกระนั้น
SCREENSHOTS



























Movie Info: Imdb, Wiki
งดทำซ้ำ
พื้นที่สครีมแบบแอบๆ
ป๋าเดปป์ใส่ผ้ากันเปื้อน! เห็นแล้วอยากแด๊กองุ่น กร๊าซซซซ
แถมอีกรูป
เด็กเอ๋อนั่นมันโตแล้วหล่อยังงี้เลยเรอะ 555