XMasGift# Jesus Related Movies

posted on 17 Dec 2008 18:26 by verellie in Movie
เพลงจะไม่เล่นอัตโนมัติ
เปิดฟังเองจ้ะ


ใกล้ถึงวันคริสต์มาสแล้ว รู้ความสำคัญของวันนี้กันไหมเอ่ย

พูดถึงวันคริสต์มาส ใครๆ ก็คงคิดถึงต้นคริสต์มาสที่ประดับแสงสีสวยๆ ซานตาคลอสใจดี และกล่องของขวัญ แต่จริงๆแล้ววันคริสต์มาสไม่ใช่เทศกาลที่มีไว้ให้เราจัดงานปาร์ตี้ หยุดเรียน หรือผลาญเงินไปกับของขวัญเพียงเท่านั้น คริสต์มาสเป็นเทศกาลเฉลิมฉลองวันประสูติของพระเยซูคริสต์ ศาสดาของศาสนาคริสต์ ถูกกำหนดให้เป็นวันที่ 25 ธันวาคมของทุกปี สนใจรายละเอียดก็คลิก >>ที่นี่<< เลย

ส่วนในเอนทรี่นี้จะขอแนะนำภาพยนตร์เกี่ยวกับพระเยซู 10 เรื่องให้รู้จัก เผื่อใครสนใจหามาดูฉลองวันคริสต์มาสไง

 

1. Jesus of Nazareth 

 

 

Info: http://www.imdb.com/title/tt0075520/

ขอบเขตเนื้อหา: ตั้งแต่ก่อนพระเยซูเกิดจนกระทั่งฟื้นคืนพระชนม์

ประสบการณ์ของผู้ชม: ไม่จำเป็นต้องรู้จักพระเยซูหรือเคยอ่านไบเบิลมาก่อนก็ดูรู้เรื่อง

ความยาว: หกชั่วโมงกว่า

ความปลื้ม: ปลื้มมวากกกกกก star.png picture by verelliestar.png picture by verelliestar.png picture by verelliestar.png picture by verelliestar.png picture by verellie

อื่นๆ:

เอา Jesus of Nazareth มาแปะเรื่องแรกเพราะปลื้มเป็นอันดับหนึ่ง ปลื้มทั้งเนื้อเรื่อง องค์ประกอบ แคสติ้ง คิดว่าสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยดูมาแล้ว Jesus of Nazareth ติดหนึ่งในสิบภาพยนตร์ที่วาติกันแนะนำให้ผู้ศรัทธาลองชมสักหน

อาจจะเป็นเพราะหนังยาวมาก นั่งดูกันครึ่งค่อนวัน เลยเก็บเนื้อหาในไบเบิลได้เกือบครบ เนื้อเรื่องมาจากพระวารสารสี่เล่มโดยนักบุญมัทธิว นักบุญมาระโก นักบุญลูกาและนักบุญยอห์น เอาทั้งสี่เล่มมายำรวมกัน มีฉากที่พระเยซูออกไปสั่งสอน เล่านิทานเปรียบเทียบ ไม่เหมือนหนังเรื่องอื่นๆ ที่มักให้ความสำคัญกับการแสดงปาฏิหาริย์, เดินบนน้ำ, ปลุกคนตาย ฯลฯ มากกว่าคำสอน

 

Robert Powell สวมบทบาทพระเยซูได้เหมือนไม่ใช่คน สงบนิ่ง ลึกลับ น่าเลื่อมใส มีพลัง แต่ในยามที่อยู่ลำพังก็จะหลุดความเศร้าโศกและความเป็นมนุษย์ออกมาบ้าง ภาพตอนสวมมงกุฎหนามอยู่ต่อหน้าปีลาต (แบบในรูปโปสเตอร์) แล้วมีแสงสาดส่องลงมา เห็นแล้วขนลุก

เมื่อพระเยซูถูกนำตัวออกไปพร้อมบารับบาส ให้ประชาชนเลือกว่าจะปล่อยนักโทษคนไหนฉลองเทสกาลปัสกา ลองสังเกตสีหน้าของพระเยซูกับบารับบาส พระเยซูมีสีหน้ากล้ำกลืน ส่วนบารับบาสแสดงอาการโล่งใจอย่างเห็นได้ชัดเมื่อปีลาตสั่งปล่อยตัวบารับบาส ประชาชนก็พากันหัวเราะเยาะพระเยซู มีคนตะโกนว่า"Save yourself, Jesus!"

ประโยคนี้เสียดหัวใจอย่างแรง

ทำให้คิดขึ้นมาว่า พระเยซูจะต้องถูกประหารเพื่อไถ่บาปให้คนพวกนี้หรือ? ไม่เสียเวลาเปล่าแน่หรือ? พระองค์สร้างปาฏิหาริย์มากมายเพื่อช่วยเหลือคน แต่คนเหล่านั้นกลับพูดว่า "ช่วยคนอื่นได้ก็ต้องช่วยตัวเองได้ ถ้าเป็นบุตรของพระเจ้าจริงก็ต้องหนีจากไม้กางเขนได้" ทำไมถึงไ่ม่คิดว่า "เขาช่วยเรา เราต้องช่วยเขา" พระเยซูสอนให้มนุษย์รักกันและกันเหมือนรักพี่น้อง แต่ในขณะที่พระองค์จะถูกตรึงกางเขนอยู่รอมร่อ ดูเถอะ มนุษย์ก็ยังรักไม่เป็น

อีกฉากที่จะมองข้ามเสียไม่ไ้้ด้คือ "ปีเอตา" แม่พระร่ำไห้ให้กับพระศพของพระเยซู สังเกตภาพด้านบน แม่พระสวยมาก ต้องยกนิ้วให้ Olivia Hussey ที่รับบทเป็นแม่พระ ฉากตรึงกางเขนก็เครียดพออยู่แล้ว เจอปีเอตาเข้าไป... น้ำตาไหลเป็นตุ่ม ร้องไห้ฮึกๆ แทบหายใจไม่ออก เกือบได้ตายก่อนดูจบ ซาบซึ้งถึงความรักของแม่เลย แม้พระเยซูจะได้ชื่อว่าเป็นพระบุตรของพระเจ้า แต่วันที่พระเยซูถูกประหาร ไม่้ได้มีแค่พระเจ้าหรอกที่โศกเศร้าเนื่องจากต้องสูญเสียพระบุตรของพระองค์ ไป แม่พระที่ยืนมองพระเยซูอยู่ใต้กางเขนคงเจ็บกว่าพระเจ้าและพระเยซูหลายเท่า

อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หลงรักภาพยนตร์เรืองนี้และหลงรักพระเยซูของ Franco Zeffirelli(director) หัวปักหัวปำ คือฉากที่พระเยซูสั่งสอนเด็กๆ ด้วยนิทานเปรียบเทียบกระทบกระเทียบพวกฟาริสี พระองค์นั่งลงท่ามกลางเด็กๆ แล้วเริ่มเล่า (พยายามแทรก widescreen เข้าไปนั่งด้วยแต่ไม่สำเร็จ)

"ชาวนาคนหนึ่งมีบุตรสองคน วันหนึ่งเขาไปหาบุตรคนแรกแล้วบอกว่า 'จงออกไปทำงานในนา' บุตรตอบว่า 'ไม่' แต่สุดท้ายก็ออกไปทำงานในนาตามที่สั่ง วันต่อมา ชาวนาบอกให้บุตรคนที่สองออกไปทำนาบ้าง บุตรตอบว่า 'จะไปเดี๋ยวนี้' แต่จนหมดวันก็ยังไม่ยอมออกไปทำงาน ทายสิว่าชาวนาจะรักบุตรคนใดมากกว่ากัน" 

เด็กๆ ตอบว่า "คนแรก" 

พระเยซูก็ยิ้ม "ใช่แล้ว คนแรก" 

ยิ้มนี้เลยยยยยยยยยยย
 
ยิ้มเยาะหน่อยๆ ผิดวิสัยพระเยซูมากๆ ไม่ไหวแล้ว จะคลั่ง! จะแปลงร่าง! ขอใช้สิทธิ์โอจิค่อนลักลุงโรเบิร์ตกลับบ้านด่วนนนนนนนน ขอลุงกับซอสมะเขือเทศสามโหล ห่อกลับบ้านหนึ่งที่! เดี๋ยวไปละเลงเลือดกินเองที่บ้าน~~
 

คิดว่าหนังเรื่องนี้เหมาะสำหรับการศึกษามากๆ น่าเอาไปให้นักเรียนดู เพราะเก็บรายละเอียดได้ดีเลยล่ะ แต่ก็ไม่น่าเบื่อ ดูเพื่อความบันเทิงก็ได้ ได้รู้จักพระเยซูด้วย ใครอยากดูหนังเกี่ยวกับพระเยซูที่(เราคิดว่า)สมบูรณ์ที่สุด ต้องดู Jesus of Nazareth นี่แหละ

 

2. The King of Kings

 

 

Info: http://us.imdb.com/title/tt0018054/

ขอบเขตเนื้อหา: ตั้งแต่ก่อนพระเยซูเกิดจนกระทั่งฟื้นคืนพระชนม์

ประสบการณ์ของผู้ชม: ถ้าเคยอ่านไบเบิลมาก่อนก็จะดี 

ความยาว: เกือบสามชั่วโมง

ความปลื้ม: สนุกดี มุมมองแปลกใหม่ star.png picture by verelliestar.png picture by verelliestar.png picture by verelliestar.png picture by verellie

อื่นๆ:

ขอบคุณเพื่อนคนหนึ่งที่แนะนำให้รู้จักภาพยนตร์เรื่องนี้ แต่ใจจริงไม่อยากนับว่า The King of Kings เป็นหนังเกี่ยวกับพระเยซูเท่าไหร่หรอกนะ

The King of Kings ให้ความสำคัญกับเรื่องการเมืองมาก เปิดฉากด้วยการรุกรานของจักรวรรดิโรม การเข่นฆ่าเด็กไร้เดียงสาที่เบธเลเฮม การจู่โจมของชบวนการกู้ชาตินำโดยบารับบาส และการตายของเฮโรดมหาราช (ในเรื่องให้เฮโรด อันติพาสขึ้นครองบัลลังก์แทน)

ภาพยนตร์เรื่องนี้ให้ความสำคัญกับตัวละครหลายๆ ตัวมากเท่ากัน ไม่ได้โฟกัสอยู่ที่พระเยซูเท่านั้น ทั้งบารับบาส, ยอห์น บัปติสต์, เฮโรด, เฮโรดเดียส, เจ้าหญิงซาโลเม บุคคลเหล่านี้มักถูกหลงลืมไป แต่ The King of Kings นำพวกเขาออกมาโลดแล่นได้อย่างน่าดูชม ตัวละครที่ชอบมากที่สุดคือเจ้าหญิงซาโลเม สวย เซ็กซี่ แต่โรคจิตนิดๆ นะ.... - -" ท่าทางเจ้าหญิงซาโลเมจะติดอกติดใจยอห์น บัปติสต์น่าดู มีการจิ้มๆ จับๆ

ส่วนพระเยซูไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองเลยถูกลดความสำคัญลง เพิ่งมาเด่นตอนหลังๆ ที่คนอื่นตายไม่ก็โดนจับไปหมดแล้ว

ฉากที่ประทัีบใจคือฉากที่บารับบาสนำขบวนการกู้ชาติบุกปราสาท ตอนที่ขบวนการกู้ชาติเผชิญหน้ากับทหารแล้วตายเป็นแพ (ย้ำว่า้เป็นแพ) ช่างสยองขวัญเสียนี่กระไร เห็นแล้วใจหาย กับอีกฉากคือ เส้นทางสู่คัลวารี (พระเยซูแบกไม้กางเขน) พระเยซูเดินโซเซ สงสารจนน้ำตาแทบไหล ไหนๆ ก็ไหนๆ แอบเสริมหน่อย... H.B. Warner (พระเยซู) คมเข้มสมเป็นราชาแห่งราชาทั้งปวงม้ากมาก 

อีกหนึ่งความประทับใจจากเรื่องนี้คือ คุณลุงลูเซียส-หัวหน้ากองทหารโรมัน เฮโรดสั่งให้ลูเซียสไปฆ่าเด็กทารกที่หมู่บ้านเบธเลเฮม เพราะเฮโรดกลัวว่าคำทำนายของประกาศกที่ว่ามีกษัตริย์มาเกิดในเบธเลเฮมจะเป็น จริง ทีแรก ลูเซียสไม่ยอมรับคำสั่ง "I'm Roman soldier, I do not murder children" ฟังแล้วอยากโดดเข้าไปจุ๊บลุงล้านครั้ง แต่สุดท้ายลุงก็ต้องทำตามคำสั่งเฮโรดน่ะนะ... แล้วโชคชะตาก็พาลุงลูเซียสมาพบกับพระเยซูอีกครั้งตอนพระเยซูยังเล็ก และก็พบกันอีกทีตอนพระเยซูมาเยี่ยมยอห์น บัปติสต์ในคุก ไม่ว่าตอนไหน ลุงก็ดูดีอั๊ง... (เริ่มเพ้อเจ้อ)

แต่โดยรวมแล้ว เราก็ยังไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ เนื้อเรื่องส่วนแรกเกี่ยวกับการกู้ชาติ พอถึงส่วนหลัง กลับกลายเป็น "พระกระยาหารค่ำมื้อสุดท้าย" กับ "การตรึงกางเขนพระเยซู" แล้วก็จบไป ส่วนหลังไม่ได้ตอบโจทย์ในส่วนแรกเลย อินกับขบวนการกู้ชาติมากกว่าด้วย อยากรู้ว่าหลังจากพระเยซูโดนตรึงกางเขนแล้ว บารับบาสจะทำอะไรต่อไป

สรุปว่า เริ่มเรื่องได้น่าสนใจ แต่จ