Guru ว่า Gu งาม
เหมือนได้รับคำชมเชยจากกูรู 
แต่จริงๆ ชมตัวเอง "กูรู้ว่ากูงาม"

 

วันนี้อัพเอนทรี่ที่ไม่เข้ากับธีมบล็อกอย่างแรง เกิดมาเพิ่งเคยเขียนเรื่องเกี่ยวกับความสวยความงาม แต่ไหนๆ ก็เรียนวิชาพัฒนาบุคลิกภาพมาตั้งหนึ่งเทอม มีอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญสอนให้ และได้หนังสือคู่มือมาหนึ่งเล่ม เลยขอเอาความรู้ที่ได้มากระปิดกระปรอยมาเขียนเสียหน่อย

ไม่อยากให้ชาว EXTEEN เข้าใจคำว่าบุคลิกภาพและความงามผิดไป หรือไขว้เขวเนื่องจากเสพบทความที่เขียนขึ้นโดยมิได้มีจุดประสงค์ให้ความรู้เรื่องบุคลิกภาพอย่างจริงจัง

เพราะจริงๆ แล้วทั้งสองคำนี้มันแยกออกจากกันไม่ได้

ต่อให้พยายามแยกจนฉิบหายวายปราณก็แยกไม่ได้

อย่างกับว่าความงามและบุคลิกภาพเป็นสองพี่น้องอินจันนั่นเทียว หากบุคลิกภาพตาย ความงามก็ตาย หากความงามหดหาย บุคลิกภาพย่อมเสื่อมโทรมทรามตามไปด้วย

 

ก่อนอื่นต้องขอกราบขอบพระคุณอาจารย์ผู้สอน ผศ. เปรมฤดี ชอบผล ผู้เขียนหนังสือ การพัฒนาบุคลิกภาพในงานอาชีพ (Personality Development in Career) ปัจจุบันท่านเป็นอาจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เราเรียนวิชาพัฒนาบุคลิกภาพในงานอาชีพกับท่านเมื่อภาคการศึกษาที่ผ่านมา วันนี้ขออนุญาตยกสาระประโยชน์จากหนังสือที่ท่านเขียนมาให้ชาว EXTEEN ได้อ่านกันบางส่วน คำว่ากูรู้กูรูในหัวข้อก็หมายถึงอาจารย์ท่าน เพราะท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญจึงสอนนิสิตหัวทึบเรื่องความงามอย่างเราได้ โดยส่วนที่คัดมาจากหนังสือจะขีดเส้นใต้ไว้ เพื่อแยกออกจากส่วนที่เราปรุงแต่งขึ้นเอง

 

1. ความหมายของบุคลิกภาพและการพัฒนา

 

 

พัฒนาด้วยโฟโต้ชอป
ล้อเล่น~
รักน้า'เดรียนนะจุ๊บ

 

ผู้รู้หลายท่าน ทั้งไทยและเทศได้ให้ความหมายของบุคลิกภาพไว้มากมายเช่น

"บุคลิกภาพเป็นวิถีแห่งความคิดและการกระทำ รวมไปถึงลักษณะนิสัย พฤติกรรม อารมณ์และสภาพจิตใจ" (จอร์จ ชินม 2534, 11)

"บุคลิกภาพหมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่รวมกันขึ้นเป็นตัวบุคคล เช่น รูปร่าง หน้าตา ท่าทาง กริยา มารยาท การแต่งกาย การแสดงออก การพูด การคิด ทัศนคติ ความต้องการ อารมณ์ ความสนใจ เป็นต้น" (วิจิตร อาวะกุล 2541, 4)

สรุปง่ายๆ ได้ว่า บุคลิกภาพแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือบุคลิกภาพภายนอก และ บุคลิกภาพภายใน 

บุคลิกภาพภา่ยนอกได้แก่รูปร่างหน้าตา มารยาท ท่าทางการนั่ง การยืน การเดิน การแต่งกาย บลาๆๆ ที่เห็นได้ด้วยตาเปล่าและเกิดเงาได้ ส่วนบุคลิกภาพภายใน ยกตัวอย่างเช่น ทัศนคติ ความดี มีไหวพริบ เจ้าเล่ห์แสนกล เจ้าชู้ประตูดิน คุณธรรม ความฉลาด ความโง่(น่าน ความโง่ก็เป็นบุคลิกภาพแบบหนึ่ง) ความเป๋อ (อย่าเถียงเชียว อับดุลรู้....ไอ้หนุ่มหลายคนโมเอะสาวน้อยป้ำเป๋อในการ์ตูนโลลิ)

บุคลิกภาพมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และ ปรับปรุงพัฒนาให้ดีขึ้นได้

เมื่ออ่านนิยามที่คัดมาจากหนังสือแล้ว จะเห็นได้ว่า ความงามเป็นส่วนหนึ่งของบุคลิกภาพนั่นเอง

 

 

SUBSET น่ะ SUBSET 

 

 

แต่แค่ความงามยังไม่ได้ทำให้เราเป็นคนบุคลิกดี 

ถ้าหน้าตาสวยแต่เดินขาถ่าง แกว่งแขนเหมือนลิงชิมแปนซี นั่งโป๊โชว์เตี่ยวลิง แต่งตัวเช้งกะเด๊ะ ใส่เครื่องประดับแพรวพราว แต่พูดกูๆ มึงๆ ก็ไม่จัดว่าบุคลิกดี ออกจะดูถ่อยด้วยซ้ำ

 

 


 

 ตัวอย่างของการนั่งโป๊โชว์เตี่ยวลิง

ขอบคุณ...อาร์มานี่...ตัวอย่างตระการตาโฮก

 

2. มาดูที่บุคลิกภาพภายนอกกันต่อ

ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย ถ้าอยากมีบุคลิกดีก็ต้องดูแลร่างกายด้วยกันทั้งนั้น

การดูแลเส้นผม : ต้องสระผม หวีผม จัดแต่งทรงผม เลือกแบบผมให้เข้ากับใบหน้าและรูปร่าง เลือกเฉดสีผมให้เข้ากับสีผิวและสีตา 

การดูแลผิวพรรณ : หลีกเลี่ยงการออกแดดและกิจกรรมที่ทำให้ผิวเสีย กินอาหารบำรุงผิวเช่นผักผลไม้ ล้างหน้าด้วยสบู่หรือโฟมล้างหน้า ควรใช้ครีมบำรุงผิว เพื่อให้ผิวหน้าสะอาดสดใส ไม่แก่ก่อนวัย คงไม่มีใครอยากให้หน้าตายก่อนตัวหรอก ใช่ไหม?

การดูแลปากและฟัน : แปรงฟัน บ้วนปาก ดัดฟัน ขจัดกลิ่นปาก

การดูแลเล็บมือเล็บเท้า : ตัดเล็บ แคะขี้เล็บ ตัดหนังส่วนเกิน ขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ การทาเล็บช่่วยแก้ไขรูปมือได้ ยาทาเล็บสีอ่อนทำให้มือดูบอบบาง ยาทาเล็บสีเข้มทำให้มือเรียว ยาทาเล็บสีกลางๆ ทำให้มือใหญ่ นอกจากนี้ยังควรเอารองเท้าไปตากแดดหรือผึ่งลมบ้าง ไม่ควรสวมถุงเท้าหรือถุงน่องซ้ำกันหลายวัน มันจะเหม็นเน่า

 

The Brunettes:  Structure & Cosmetics

 

การแต่งหน้า : ข้อนี้ไม่มีในหนังสือ เขียนเพิ่มเอง ตอนที่เรียนนั้น อาจารย์เชิญช่างแต่งหน้าระดับประเทศมาสอนการแต่งหน้าให้ด้วย เพราะไม่อยากให้นิสิตนักศึกษาแต่งหน้ามั่วๆ กลายเป็นงิ้ว อาจารย์บอกว่า การแต่งหน้าเ้ป็นสิ่งจำเป็น เพราะมันจะช่วยปกปิดสิ่งที่ไม่ดี ขับเน้นสิ่งที่ดีให้เด่น และแก้ไขสิ่งที่ไม่ดีให้ดีได้ การเลือกเครื่องสำอางที่เข้ากับผิวหน้าก็ถือเป็นการพัฒนาบุคลิกภาพ เพราะจะทำให้หนังหน้างามงอนของเราไม่เสี่ยงต่อการเป็นสิวเป็นผด

จริงอยู่ที่รสนิยมคนเราอาจจะไม่เ้หมือนกัน แต่เราก็ควรยึดสังคมที่เราอาศัยอยู่เป็นที่ตั้ง เพราะเราต้องการได้รับการยอมรับจากสังคมนั้น เพื่อเข้าไปมีส่วนร่วมในสังคมนั้น ไม่ใช่สังคมอื่น เพื่อประโยชน์ในแง่ของการดำรงชีพ การไ้ด้รับจากสังคม และการมอบให้แก่สังคม สังคมใครสังคมมัน สังคมของผู้ชายอาจจะไม่เหมือนสังคมของผู้หญิง หรือเราอาจจะเคยได้ยินคำว่า สังคมออนไลน์ สังคมไฮโซ เราไม่มีทางเข้าใจสังคมอื่นได้หากเราไม่ศึกษาหรือก้าวเข้าไปมีส่วนร่วมในสังคมนั้น เช่นเดียวกับการที่เราพยายามเข้าใจและศึกษาวัฒนธรรมของคนต่างชาติต่างภาษานั่นแล

วัฒนธรรม ประเพณี จารีต ค่านิยม แฟชั่น เป็นคำที่คล้ายคลึงกัน คำที่มีรอบอายุน้อยที่สุดคือแฟชั่น ผ่านมาและผ่านไป การตามแฟชั่นไม่ใช่เรื่องไร้สาระ แต่เป็นการรู้จักเข้าสังคม เป็นการแสดงออกให้เห็นว่าเราทันสมัย ไม่ใช่มัวแต่หลังเขาเต่าล้านปี แต่แทนที่เราจะโพนทะนาให้ชาวบ้านรู้ว่าเราทันสมัยเพราะเราอ่านหนังสือพิมพ์วันละสิบฉบับ หรือ คุยแต่เรื่องข่าวสารบ้านเมืองแบบอัพเดทวินาทีต่อวินาที เราสามารถประกาศความทันสมัยให้โลกรู้ได้ง่ายๆ ด้วยการแต่งตัวตามแฟชั่น บางทีแค่คนเดินผ่านเหลือบตามองเราเค้าก็รู้แล้วว่าเราทันสมัยโดยไม่ต้องเปลืองน้ำลายเลยสักนิด

 

 

ใช้บริการน้า'เดรียนอีกสักที
อ๊ากกก อยากเป็นลุงเสื้อม่วง
แต่ขอเปลี่ยนจากใส่เป็นถอดได้เปล่า...

 

การแต่งกาย : แต่งกายให้ถูกกาลเทศะ และแต่งให้ตัวเองดูดี การใส่เสื้อหลวมโคร่งเกินไป ทำให้บุคลิกภาพแย่ ควรใส่เสื้อพอดีตัว ให้พอเห็นโครงสร้างของลำตัว ยิ่งเดินเหินองอาจผึ่งผายยิ่งดูโก้ แต่ไม่ใช่ใส่เสื้อผ้าฟิตๆ ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย ถ้าลองใส่เสื้อผ้าฟิตๆ จนเสื้อแทบปริก็ถือว่าอุจาดตาและทรมานผ้ิาทั้งนั้น 

การเลือกเสื้อผ้าก็ควรใส่เสื้อให้สีเข้ากัน ถือกระเป๋า สวมรองเท้าก็ต้องเลือกให้สีเข้ากัน แต่งหน้าแต่งตาก็ต้องให้โทนเดียวกับสีเสื้อผ้า การแต่งตัวให้สวย ไม่เฉิ่ม ไม่ผิดกาลเทศะ เป็นศาสตร์และศิลป์ที่ต้องฝึกหัดและต้องขวนขวาย ถ้าเราวางแผนดีๆ การแต่งหน้าแต่งตัวให้สวยก็ไม่ต้องใช้ทุนรอนมากมายอะไร

การแต่งกายเหมาะสมกับสถานที่ที่ย่างส้นเท้าไปนั้น ถือเป็นการเคารพสถานที่ด้วย เช่น ไปวัด ก็ไม่ควรนุ่งกางเกงขาสั้น เสื้อกล้าม ไปเรียนก็แต่งกายชุดนักศึกษา อย่าให้มันวาบหวิวเกินไปนัก ผู้หญิงอย่านุ่งรัดนุ่งสั้น ผู้ชายอย่าดึงชายเสื้อออกนอกกางเกง อย่าใส่กางเกงยีนส์ขาดๆ อย่าดึงกางเกงหลุดตูดโชว์กางเกงในบ็อกเซอร์ บางคนซักกางเกงในก็ไม่ซัก ใส่ซ้ำแล้วซ้ำอีกยังจะ proud to present

เขียนไปเขียนมา ผู้ชายจะแต่ง X กว่าผู้หญิงแล้วมั้งเนี่ย เพราะโชว์กางเกงในตลอดเวลา

และสุดท้าย มารยาทจิปาถะ การเดิน การนั่งการพูดจาปราศรัย การทำความเคารพ มารยาทในการรับประทานอาหาร เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นบุคลิกภาพภายนอก สามารถฝึกฝนกันได้ ยิ่งทำได้งามเท่าไหร่ ก็ยิ่งน่าประทับใจมากเท่านั้น

 

ผู้ที่มีบุคลิกภาพภายนอกแย่บริบูรณ์

แต่เราให้อภัยเพราะ "เค้าเป็น L"
 
เค้าถึงพร้อมด้านความน่าเอ็นดู

 

 

3. แล้วบุคลิกภาพภายในล่ะ?

 

ดูบุคลิกภาพภายใน = เบิ่งปีก

บ๊ะ บอกให้เบิ่งปีก มัวเบิ่งอะไรอยู่

ภาพจาก Picoodle

 

บุคลิกภาพภายใน หรือ ความงามจากภายใน คือ ต้องมีทัศนะคติดี มีเหตุผล อัธยาศัย นิสัยดี มีน้ำใจ มีจริยธรรม เฉลียวฉลาด ไหวพริบด