No Escape: Male rape in U.S. prisons

posted on 19 Feb 2009 00:11 by verellie in Blogging, Movie

ฮวาก ไม่ได้อัพบล็อกนานมากเลยพี่น้อง

ที่ไม่ได้อัพก็เพราะยุ่งมาก มือเป็นระวิง ไม่มีเวลาว่าง นอนเช้าตาโหล

ในที่สุดก็....

 

 

 

 

ดู Prison Break จนจบซีซั่นสามแล้ว!!!! กร๊ากกกกก  ยุ่งในเรื่องไม่เป็นเรื่อง แต่ดูแล้วมันหยุดไม่ได้จริงๆ นะ

กำลังรอให้ซีซั่นสี่ออกมาครบๆ ค่อยซื้อดีวีดีมาดูทีเดียว แต่เอนทรีนี้ไม่ได้กะจะคุยเรื่อง Prison Break หรอก แอบบอกเฉยๆ แล้วกันว่าดูซะนะ ลินคอล์นกล้ามใหญ่มาก ฮวาก โฮวก (หมายเหตุ>> ซีรีส์นี้ไม่ได้เกี่ยวกับฟิตเนส)

ขอย้อนกลับไปที่ซีซั่นหนึ่ง เริ่มเรื่องมา พ่อไมเคิล สโกลฟีลด์ก็แล่นเข้าไปอยู่ในคุกเพื่อวางแผนช่วยพี่ชายผู้ต้องโทษประหารชีวิต ออกจากคุก ไมเคิลเป็นวิศวกรสุดเนิร์ด การศึกษาดี อนาคตไกล กล้ามใหญ่แต่ยังใหญ่ไม่เท่าพี่ เป็น Fish สุด Pretty (ตามคำเล่าลือของนักโทษในคุก ทุกคน... เหอะ แม้กระทั่งป้าใน season 2 ยังชมเปาะว่าไมเคิล is a Pretty one) คนอย่างนี้ถูกส่งเข้าไปอยู่ในดงนักโทษ  คุกเป็นสถานที่ซึ่งกำลังและความป่าเถื่อนมีชัยเหนือสมอง ปริญญาเอย อัลกอริทึ่มเอย สิ่งเหล่านี้ใช้ป้องกันตัวเองไม่ได้ แต่... แต่... แต่... ไม่รู้ว่าเพราะมีรังสีอำมหิตของพี่ชายหรือผีบรรพบุรุษตามปกป้อง ไมเคิลมันรอดจากคมเขี้ยวหมาป่ามาได้ว่ะ!!!! อ๊ะ หรือจะเป็นเพราะบารมีอันน้อยนิดของ cell-mate อย่างซูเกร... ผู้ขึงผ้าปูเตียงร่วมกันมา... (หมายเหตุ: ขึงผ้าปูหมายความว่า cell-mates กำลังสร้างความสนิทสนมกลมเกลียวตามประสาชายกลัดมันภายใน cell)

 

 

Mr. Pretty ควบรางวัลขวัญใจช่างภาพในการประกวดชายงามแห่งฟ็อกซ์รีเวอร์

 

 

ลินคอล์นก็อยู่ใน SHU จะเอาเวลาที่ไหนมาปกป้องน้องไมค์ของพี่?

ผีบรรพบุรุษก็ไม่มีบทบาท เพราะ Prison Break ไม่ใช่หนังผี ปัง! กรี๊ด! ตรูล่ะเบื่อ!

ไอ้คุณซูเกรน้ำตาลมิตรผลยิ่งแล้วใหญ่ ฮีจะปกป้องไมเคิลทำไมในเมื่อไมเคิลไม่ใช่มาริครูซ

 

 

 

แอบอ้างถึงรายงานของคุณ Joanne Mariner (deputy director of the Americas Division of Human Rights Watch) รายงานฉบับนี้เขียนขึ้นจากงานวิจัยในปี 1996 ถึง 1999 โดยในการทำวิจัย ทีมงานได้สัมภาษณ์นักโทษกว่าสองร้อยคน สอบถามความคิดเห็น, ประสบการณ์ตรงของนักโทษที่ยินดีให้ความร่วมมือ รวมไปถึงรวบรวมข้อมูลการร้องเรียนของนักโทษที่ทางเรือนจำเก็บไว้มาใช้เป็น หลักฐาน และยังมีจดหมายที่นักโทษเขียนถึงครอบครัว บันทึกด้านการแพทย์ เป็นต้น งานวิจัยนี้ว่าด้วยเรื่อง "การข่มขืนกันเองของนักโทษชายใน U.S."(ไม่ได้หมายความว่าในคุกหญิงล้วนไม่มี แต่งานวิจัยนี้ไม่ครอบคลุมไปถึงเพศหญิง และ ไม่ได้หมายความว่าไม่มีนักโทษชายที่โดนข่มขืนโดยพัสดี แต่งานวิจัยนี้ก็ไม่ครอบคลุมไปถึงส่วนนั้นเช่นกัน)

นักโทษที่ให้สัมภาษณ์ล้วนถูกคัดสรรมาอย่างดี ไม่ใช่การสุ่ม นักโทษที่ยินดีให้ความร่วมมือส่วนใหญ่เคยถูกข่มขืนหรือถูกล่วงละเมิดทางเพศ ในคุก ส่วนน้อยที่โชคดีไม่โดนข่มขืนก็ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เคยพบเห็น รวมไปถึงนักโทษอีกหยิบมือที่มีส่วนร่วมในการข่มขืนกระทำชำเรานักโทษอื่นก็ ให้ข้อมูลจากมุมมองของตัวเองเช่นกัน (จริงๆ rapists อาจจะเป็นส่วนใหญ่ แต่ไม่มีใครกล้าเปิดเผยตัว) 

รายงานอย่างยาว

แต่เราจะยกมาเฉพาะส่วน PREDATORS AND VICTIMS (ผู้ล่าและเหยื่อ) ใครคือผู้ล่า? ใครเหมาะสมจะเป็นเหยื่อ?

มาเริ่มกันเลยดีกว่า

 

 

 

 

 

จากคำให้การของ Dee Farmer สาวประเภทสองที่แปลงเพศแล้ว เธอเล่าว่า: เพียงแค่สองสัปดาห์แรกของการเข้าคุก เธอก็ถูกข่มขืนอย่างโหดเหี้ยมจนไม่เหลือชิ้นดี ฟาร์มเมอร์จึงอ้อนวอนขอความเมตตาต่อศาลว่าการที่ต้องอยู่ในคุกชายสร้างความ เจ็บปวดรวดร้าวให้เธอเพียงไร แต่จริงๆ แล้วนักโทษที่จะถูกข่มขืนในเรือนจำชายนั้น ไม่จำเป็นต้องแปลงเพศเหมือนกับฟาร์มเมอร์หรอก ชายอกสามศอกก็โดนข่มขืนได้เหมือนกัน

ไม่ว่าจะเป็น เด็ก, ผิวขาว, ตัวจิ๋ว, ผมยาว, เคยติดคุกครั้งแรก, เสียงเล็ก, เป็นเกย์, ขี้อาย, ฉลาด, ทึ่ม, เก็บเนื้อเก็บตัว เหล่านี้ล้วนเป็นคีย์เวิร์ดที่พบได้ในเหยื่อของการถูกข่มขืน

แล้วผู้ล่าล่ะ? จริงๆ ก็มีเหมือนกันที่นักโทษแก่ๆ ลุกขึ้นมาเตะปี๊บ แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นนักโทษหนุ่มๆ เท่านั้นที่ชอบขืนใจชาวบ้าน  หนุ่มในที่นี้หมายความว่าอายุน้อย แต่ผู้ล่ามักจะอายุมากกว่าเหยื่อ โดยเฉลี่ยแล้วกลุ่มอายุของผู้ล่าจะต่ำกว่าสามสิบห้าปี ตัวใหญ่ ล่ำหนา แข็งแรงกว่าเหยื่อ มีนิสัยชอบรุกรานและชาชินกับการใช้ชีวิตในคุกราวกับอยู่บ้านนั่นเทียว ผู้ล่ามักเป็นอาชญากรอุกฉกรรจ์ หรืออย่างน้อยก็มักจะต้องโทษด้วยคดีร้ายแรงกว่าลูกไก่ในกำมือของพวกเขา

ในกรณีของนักโทษที่เป็นเกย์ พวกเขาตกเป็นเหยื่อได้ง่าย แต่ไม่ค่อยพบเห็นนักโทษที่เป็นเกย์ไล่ข่มขืนคนอื่นสักเท่าไหร่ ไอ้พวก hetero ทั้งหลายนี่ตัวดีนักเชียว อยู่นอกคุกเหล่หญิง อยู่ในคุกไม่มีหญิงให้เหล่ก็เอาเพศเดียวกัน มันเอาหมด

เชื้อชาติก็มีผลอย่างมาก บ่อยครั้งที่นักโทษผิวขาวถูกล่วงละเมิดทางเพศโดยนักโทษผิวดำและพวกเม็กซิกัน ในขณะเดียวกัน นักโทษผิวสีก็ไม่ค่อยถูกระรานทางเพศจากคนผิวขาว

ต่อไปเ็ป็นรายละเอียดแบบเจาะลึก

 

 

นักโทษที่อายุน้อยหรือหน้าเด็กเป็นกลุ่มที่ประสบความเสี่ยงสูง คำว่า "Kid" มักจะใช้เรียกเหยื่อที่ถูกบังคับให้มีสัมพันธ์ทางร่างกายกับผู้อื่น (อารมณ์เด็กป๋า?) ดังตัวอย่างอันน่าเศร้าสลดของ Rodney Hulin เด็กหนุ่มชาวเท็กซัสอายุสิบเจ็ดปีถูกส่งไปอยู่ในเรือนจำของผู้ใหญ่ เขาถูกข่มขืนซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากนักโทษที่อายุมากกว่า ในที่สุด สถานการณ์ก็บีบคั้นให้ฮูลินฆ่าตัวตาย

Human Rights Watch ได้ข้อมูลจากนักโทษวัยรุ่นน้อยมาก ข้อมูลส่วนใหญ่ได้มาจากนักโทษที่โตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวเล่าความสมัยเขายัง เป็นวัยรุ่น อีกตัวอย่างหนึ่งได้มาจากแม่ของนักโทษในปี 1998 เธอติดต่อมาที่ Human Rights Watch แจ้งว่าลูกชายของเธอชื่อ R.P. เพื่อนของเขา และนักโทษอีกสามคนถูกข่มขืนในห้องขังเดียวกัน Human Rights Watch จึงติดต่อไปหาเด็กคนนั้น เขาตอบว่า:

"ขอโทษที่ตอบช้าครับ ตอนนี้ผมประสบปัญหามากมาย ผมอายุแค่สิบหกปี ผมชกต่อยกับคนอื่นจนแขนหัก แต่มันก็ไม่ค่อยเจ็บเท่าไหร่หรอก ปัญหาที่ใหญ่กว่านั้นก็คือ มีสองคนพยายามข่มขืนผม....  ผมขอไปอยู่ใน P.C. (protective custody) แต่พวกเขาไม่ยอม"     

 

และจดหมายฉบับที่สอง:

"ตอนที่ผมอยู่ในบล็อค B มีผู้ชายสามคนมาบอกผมว่า พวกเขาเป็นสิ่งเดียวที่จะช่วยปกป้องผมจากการถูกข่มขืน เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน พวกเขาขอช่วยตัวเองไปพลาง มองผมไปพลาง พอผมถูกย้ายมาบล็อคใหม่ ก็มีผู้ชายอีกสองคนเอาปากกาจี้ผม พวกเขาขู่ว่า ถ้าไม่ยอมให้พวกเขา Jack Off พวกเขาจะข่มขืนผมจริงๆ จังๆ ฟ้องพัสดีก็แล้ว แต่ไม่มีใครช่วยผมเลย"

R.P. ไม่ได้บอกว่าโดนข่มขืน แต่หลายเสียงก็ยืนยันว่า เด็กๆ อย่าง R.P. ตกเป็นเหยื่อของการข่มขืนได้ง่าย นักโทษชาวฟลอริดาคนหนึ่งให้การว่า:

"เด็กผู้ชายส่วนใหญ่ถูกข่มขืนเพราะความเป็นเด็ก กล้ามเนื้อยังเติบโตไม่เต็มที่ และผิวที่ยังไม่หยาบกร้าน นักโทษที่ข่มขืนมักจินตนาการว่าเด็กเหล่านั้นเป็นผู้หญิง มีนักโทษบางคนถึงกับต่อสู้กันเพื่อแย่งเด็กผู้ชาย ว่าใครจะได้ครอบครองเด็กคนนั้น โดยที่เด็กนั่นไม่ได้รู้ตัวเลยสักนิด"

นักโทษใน Nebraska บอกกับ Human Rights Watch ว่า:

"นักโทษเด็กจะถูกจองจำไว้ที่อื่นจนกระทั่งพวกเขาอายุสิบหกปี พออายุครบสิบหกเมื่อไหร่ถึงจะส่งมาขังรวมในเรือนจำชาย สิบหกปี... ไม่ต่างอะไรจากโยนก้อนเนื้อนิ่มๆ ใส่ดงหมาป่า ผมไม่เคยได้ยินว่าเด็กคนไหนอยู่รอดปลอดภัยเกินหนึ่งอาทิตย์"

 

..............................................................

 

 

 นักโทษที่ขี้ขลาดหรือขี้อายจะถูกหาว่า "อ่อนแอ" และนั่นก็ทำให้เขาตกเป็นเหยื่อของการล่วงละเมิดทางเพศได้ง่าย เหยื่อมักจะตัวเล็กกว่าผู้ล่า นักโทษชายคนหนึ่งมีน้ำหนักเพียงหนึ่งร้อยสี่สิบปอนด์ (~63 kg) เขาบอก Human Rights Watch ว่า เขาถูกข่มขืนโดยนักโทษที่สูงหกฟุตเจ็ดนิ้ว (~200 cm) และหนักกว่า 280 ปอนด์ (~127 kg) ในสังคมนักโทษ ปลาใหญ่เขมือบปลาเล็ก  ยิ่งตัวเล็กมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเป็นเหยื่อชั้นดีฐานพีระมิดมากเท่านั้น

แต่ก็อย่าเพิ่งสรุปว่า ถ้าตัวใหญ่บึกบึนแล้วจะรอด "ผมไม่สนว่าคุณจะตัวใหญ่เป็นยักษ์หรือต้องโทษคดีอุกฉกรรจ์มากแค่ไหน แต่ถ้าคุณถูกนักโทษห้าคนรุมขึ้นมา คุณก็เดือดร้อนแน่ล่ะ" ร่างกายใหญ่โตเป็นแค่เกราะป้องกันชั้นนอกเท่านั้น เกราะจะแตกเมื่อไหร่ก็ขึ้นอยู่กับเวลา

และที่สำคัญยิ่งไปกว่า "ร่างกาย" และ "พละกำลัง" คือ "จิตใจ" ความกล้าที่จะต่อสู้เมื่อถูกก่อกวน ถ้านักโทษถูกรังแกแล้วไม่กล้าลุกขึ้นต่อสู้ เรือนจำจะกลายเป็นนรกของเขาในพริบตา ดังที่นักโทษคนหนึ่งให้การว่า:

"คนที่ตัวเล็กกว่า อ่อนแอกว่า และสุภาพกว่าคือเหยื่อชั้นยอด นักโทษที่สุภาพนอบน้อมมักถูกหาว่าทำตัวเกย์ และนั่นก็เปรียบเหมือนการเชิญชวนดีๆ นี่เอง นักโทษหน้าใหม่ต้องใจแข็งและพร้อมที่จะสู้"

ในหลายปีให้หลัง จำนวนนักโทษที่เป็นโรคปัญญาอ่อนมีมากขึ้น และนักโทษเหล่านี้ก็ตกเป็นเหยื่อบ่อยครั้งเช่นกัน ตัวอย่างรายหนึ่งเปิดเผยต่อ Human Rights Watch:

"วันหนึ่ง ผมกำลังจะไปเอายา จู่ๆ ยักษ์ใหญ่ผิวดำสองคนก็เรียกผมไป พวกเขาทำให้ผมกลัวมากเลย ผมไม่กล้าสู้ พวกเขาเลยบังคับให้ผมเรียกเขาว่าแด๊ดดี้ เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นตลอดแหละ ทั้งเจ้าหน้าที่แล้วก็นักโทษ...ทุกคนกดขี่ข่มเหงคนที่อ่อนแอกว่า ให้เสิร์ฟกาแฟมั่งล่ะ ให้ไปเอาบุหรี่มาให้มั่งล่ะ ใช้ให้ทำโน่นทำนี่มั่งล่ะ มีนักโทษผิวขาวคนหนึ่งชอบจิกหัวใช้ผมอยู่เรื่อย ผมไม่ค่อยรู้กฎหมายหรือการเรียกร้องสิทธิ์ของตัวเอง ก็เลยยอมเขาตลอด"

นอกจากมีร่างกายและจิตใจเข้มแข็งกว่าแล้ว นักโทษที่เป็นฝ่ายข่มขืนมักอยู่ใน Rank ที่สูงกว่าเหยื่อ เช่นเป็นสมาชิกของกลุ่ม หรือกว้างขวางในสังคมคนคุกมากกว่า เหยื่อบางคนยอมให้นักโทษหนึ่งคนข่มขืน ดีกว่าต่อต้านแล้วถูกรุมลงแขก

ถ้าคุณเป็น Fish (แสลง หมายความว่า นักโทษหน้าใหม่) "ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะจมหรือจะว่ายตามกระแส" นักโทษคนหนึ่งพูดด้วยน้ำเสียงขมขื่น "ผมจมว่ะ"

"ความผิดพลาดอย่างแรกคือ ผมไม่ยอมเข้ากลุ่มแต่กลับหมกตัวอยู่ในห้องขังตลอดเวลา พวกเขาเลยเห็นว่าผมขี้แหย ผมแค่ยังไม่พร้อม... สำหรับผม เรือนจำคือลานต่อสู้ดีๆ นี่เอง ผมมีเรื่องชกต่อยบ่อยๆ จนในที่สุดผมก็ทนไม่ไหว หนึ่งเดือนหลังจากนั้นผมโดนลากไปทำร้ายทุกวี่ทุกวัน..."

"เวลามีคนใหม่เข้ามา นักโทษที่อยู่ก่อนก็จะแข่งขันช่วงชิงน้องใหม่กัน ไม่ว่าจะด้วยอำนาจ พลังกาย หรือพลังเงิน หน้าใหม่ทุกคนตกเป็นของเล่นของรุ่นพี่ เว้นแต่จะนักโทษใหม่จะแข็งแกร่ง หน้าตาอุบาทว์ ไม่ก็สถุลเกินรับไหว"  

เรือนจำคือป่า กระต่ายที่เพิ่งหลงทางเข้ามาแล้วไม่ยอมเข้าร่วมกับฝูงหมาป่า ก็จะถูกกิน  (บางครั้งนักโทษใหม่จะถูกเรียกว่า Fresh Meat)

 

.............................................................. 

 

 

บ่อยครั้งที่ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์หรือบทความในนิตยสารมักพาดหัวว่า "นักโทษลักเพศก่อเหตุข่มขืนในคุก" หรือ "เกย์ข่มขืนอุกอาจ" แต่จริงๆ แล้ว นักโทษที่เป็นเกย์ตกเป็นเป้าหมายในการถูกข่มขืนต่างหาก

จริงอยู่ที่การข่มขืนระหว่างผู้ชายด้วยกันเองเข้าข่าย homosexual แต่ rapist ส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่เกย์ เพราะฉะนั้นจึงไม่ควรใช้คำว่า homosexual นักโทษที่เป็นฝ่ายข่มขืนมีนิสัยชอบเพศตรงข้าม แต่จับเพศเดียวกันมาใช้เป็นตัวแทนผู้หญิง (ใกล้เกลือกินเกลือสิ ใกล้เกลือจะกินด่างได้ไง) พวกเขาไม่ถือว่าตัวเองกำลังมีเซ็กส์กับผู้ชาย (หลอกตัวเอง?) หรือไม่ก็... อย่างน้อยพวกเขาก็เป็นฝ่ายรุกและไม่ได้ถูกตุ๋ยล่ะน่า ถ้าพวกเขาเห็นว่านักโทษคนไหนเป็นเกย์หรือคล้ายๆ จะเป็นเกย์ คนนั้นก็เหมาะจะเป็น partner ของเขา"

 

นักโทษในอิลลินอยแสดงความคิดเห็น:

"มีทฤษฎีว่า คุณไม่ได้เป็นเกย์หรือเสือไบ ตราบใดที่คุณไม่ยอมให้ใครสอดใส่อวัยวะเพศเข้าไปในตัว... ไม่ว่าจะเป็นทางปากหรือก้น... ในทางกลับกัน ถ้าคุณเป็นฝ่ายตรงข้าม คือเป็นฝ่ายสอด คุณยังสามารถเรียกตัวเองว่าเป็นชายแท้ได้อย่างเต็มภาคภูมิ"

 ความสัมพันธ์ของชาวเกย์หรือความรักในคุกเป็นเรื่องเพ้อฝัน ความจริงไม่เหมือนที่คนทั่วไปดูหนังหรืออ่านหนังสือมาหรอกนะความรักของเกย์ ในคุกหายากยิ่งกว่าลู่ทางการหลบเลี่ยงภาษี และส่วนใหญ่ก็ถูกเก็บเป็นความลับสุดยอด อย่างแรกเลย เกย์มักปกปิดรสนิยมทางเพศของตัวเองเพราะกลัวว่าจะถูกข่มขืน และ Human Rights Watch ก็ได้ข้อมูลเกย์ที่ตกเป็นเหยื่อมากมายก่ายกองเลยทีเดียว

ยิ่งถ้าใครมีลักษณะภายนอกเหมือนผู้หญิงด้วยแล้ว ยิ่งเป็นเป้าหมายที่ทำให้ผู้ล่าทั้งหลายเลียปาก นักโทษคนหนึ่งกล่าวว่า:

"ผมมีผมยาว สีบลอนด์ ผมหนักแค่ 144 ปอนด์ และ... ข้างนอกนั่นผมก็เป็นเกย์ที่มีลักษณะท่าทางคล้ายผู้หญิงอยู่แล้วด้วย ในปี 1992 ผมถูกส่งเข้าคุก ผมมีตัวเลือกมากมายหลายแก๊ง ทุกแก๊งโหดร้ายทารุณสำหรับผม สุดแต่ว่าจะเข้าแก๊งไหน ถ้าผมไม่เลือก ผมก็จะถูกเลือก"

นักโทษในเคสนี้ต้องมี "สามี" เป็นของตนเองพวกเขาควรเลือกใครสักคนที่มีอำนาจมากพอจะปกป้องพวกเขาจากสัตว์ ป่ารายอื่นๆ ได้ มิฉะนั้น พวกเขาก็จะตกเป็นเหยื่อเช่นเดียวกับ ดี ฟาร์มเมอร์ที่ได้เล่าไปข้างต้น

 

 ..............................................................

 

 

 

นักวิจัยในอดีตได้วิจัยเกี่ยวกับปริมาณการคุกคามของ black กับ white ในเรือนจำ Human Rights Watch จึงนำเอกสารเหล่านี้มาใช้อ้างอิงและยืนยันข้อเท็จจริงที่ค้นพบในงานวิจัยของ ตนเอง

ระหว่าง คนขาว คนดำ และพวกที่มีเชื้อสายสเปน (ลาตินอเมริกา) คนขาวจะถูกข่มเหงมากที่สุด แม้ว่าจะมีคนขาวที่ถูกคนขาวด้วยกันกระทำชำเราบ้าง แต่คนขาวถูกนิโกรข่มขืนบ่อยกว่าจนแทบจะเป็นเรื่องปกติ คนที่ไม่ได้มีเชื้อสายสเปนก็จะถูกข่มขืนโดยพวกฮิสแปนิค

การที่คนเชื้อชาติหนึ่งถูกข่มขืนโดยคนเชื้อชาติเดียวกันพบเห็นได้น้อย แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยเกิดขึ้นเลย คนดำมักถูกคนดำด้วยกันข่มขืน พวกฮิสแปนิคก็ถูกฮิสแปนิคข่มขืน นักโทษคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า:

"มีกฎอยู่ว่า คนดำเท่านั้นที่จะข่มขืนคนดำได้ พวกชิคาโน่(คนเม็กซิกัน)เท่านั้นที่จะข่มขืนชิคาโน่ได้" หากสองเผ่าพันธุ์นี้ข่มขืนข้ามสายพันธุ์มีหวังเกิดสงครามขึ้นอย่างแน่นอน แต่ถ้าข่มขืนคนขาว...ไม่นับว่าผิดกฎ บางคนเชื่อว่า กฎนี้ตั้งขึ้นเพื่อให้คนดำได้แก้แค้นในสิ่งที่คนขาวปฏิบัติต่อพวกเขานอกคุก ทั้งนี้ นักโทษผิวดำและผิวขาวล้วนให้การเป็นเสียงเดียวกันว่า คนขาวถูกมองว่าเป็นเชื้อชาติที่อ่อนแอกว่า

จากมุมมองของนักโทษผิวดำคนหนึ่ง:

"เวลาที่อาชญากรถูกส่งเข้ามาในเรือนจำ คนเหล่านี้รู้ดีว่าต้องสู้เพื่อเอาตัวรอด แต่ถ้ากลุ่มที่พวกเขาสามารถเข้าร่วมได้เป็นกลุ่มที่ไม่สู้หรือสู้ใครไม่ได้ พวกเขาก็จะตกเป็นเหยื่อร่วมกัน"    

นักโทษผิวดำอีกคนหนึ่งให้รายละเอียดที่มีประโยชน์ว่า:

"ขอออกตัวก่อนเลยนะว่าผมพูดตามมุมมองของคนดำ ผมไม่ได้เป็นพวกเหยียดผิวหรือห่าเหวอะไรแบบนั้นหรอก แต่ทั้งคนขาว คนดำ เม็กซิกัน บลา บลา บลา ต่างก็มีทัศนคติเกี่ยวกับการข่มขืนต่างกัน คนดำเกือบทั้งหมดมองว่าระบบกฎหมายนั้นแฝงการเหยียดผิว ตำรวจกับเจ้าหน้าที่เป็นสัญลักษณ์ของความฉ้อโกง คนดำมักตกเป็นจำเลย บางครั้งก็เป็นแพะรับบาป สร้างความเกลียดชังในจิตใจของคนดำ เมื่อใดก็ตามที่มีนักโทษผิวขาวหลุดเข้ามาในเรือนจำ คนดำจะหมายหัวทันที คนดำยึดติดกับภาพลักษณ์ที่ว่าคนขาวทั้งหมดเป็นเกย์ ขี้ขลาดตาขาว ต้องยกพวกไปรุมโทรมมันซะ! เอางี้ดีกว่า ใครก็ตามที่วางแผนไปรุมกระทืบคนขาวมักจะได้รับการสนับสนุนเสมอ"

 

  .............................................................

 

 

นักวิจัยพบว่า มือเหยื่อมักเหม็นคาวเลือดน้อยกว่าผู้ล่า

แต่จากที่  Human Rights Watch สอบถามมา ประโยคข้างต้นยังมีความไม่แน่นอนสูง เนื่องจากโดยมากแล้วเหยื่อจะไม่ค่อยรู้ประวัติอาชญากรรมของผู้ที่ข่มขืนตน สักเท่าไหร่ ฆาตกรคนหนึ่งเปิดเผยว่าเขาก็โดนข่มขืนเช่นเดียวกัน แต่สัดส่วนของนักโทษที่ก่ออาชญากรรมจิ๊บจ๊อยมีมากกว่า เช่น ปล้น ค้ายา ใช้เช็กปลอม ลักรถ ฯลฯ นักโทษบางคนล้วงข้อมูลประวัติอาชญากรรมของผู้ที่ข่มขืนตนมาบ้าง ส่วนใหญ่ฝ่ายที่ข่มขืนมักจะโหดเหี้ยมดุร้ายกว่าเหยื่อกาม.... ก็ทั้งในและนอกคุกล่ะนะ

คดีอื่นๆ ที่ติดตัวมาไม่ใช่ปัจจัยที่ทำให้นักโทษตกเป็นเป้าหมายของการข่มขืน หรือช่วยปกป้องเขาจากการโดนข่มขืน เว้นแต่คดีหนึ่ง ซึ่งก็คือ การล่วงละเมิดทางเพศผู้เยาว์ ถ้านักโทษคนใดติดคุกด้วยคดีข่มขืนกระทำชำเราผู้เยาว์ และโชคร้ายที่มีคนหนึ่งในคุกสืบทราบประวัติอาชญากรรมของเขาเข้า กรรมจะตามมาสนองไอ้หื่นรายนี้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้สวรรค์ลงทัณฑ์ 

"ผมรอดอยู่ได้เจ็ดเดือนก่อนที่ทุกคนในคุกจะรู้ว่าผมติดคุกเพราะอะไร" หนึ่งในกลุ่มตัวอย่างกล่าว "หลังจากวันนั้น ทุกคนก็รุมตีผมด้วยไม้ม็อบกับไม้กวาด เสียบปลายไม้ม็อบเข้ามาในรูตูดผมแล้วก็ทิ้งผมไว้อย่างนั้น" นักโทษรายนี้ถูกย้ายไปส่วนอื่น แต่โชคก็ยังไม่เข้าข้าง มีเพื่อนนักโทษที่รู้ประวัติอาชญากรรมของเขาถูกย้ายไปพร้อมกัน สามสัปดาห์ให้หลัง เพื่อนร่วมห้องขังก็ปลุกเขาขึ้นมากลางดึกแล้วข่มขืนเขาเสียยับเยิน "ไอ้นั่นมันตะคอกผม 'กูจะสอนให้มึงรู้ว่าคนโรคจิตข่มขืนเด็กมันเป็นยังไง!'"

นักโทษที่ติดคุกเพราะกระทำชำเราผู้เยาว์จัดเป็นชนชั้นสวะ นักโทษคนอื่นๆ อ้างว่าพวกเขาข่มขืนคนพวกนี้เพื่อลงโทษในสิ่งที่เขาทำเอาไว้

...อ๋อเหรอ...พวกเอ็งก็ไม่ได้ดีกว่าเขาเท่าไหร่หรอก....ใครเถียงกรุณากลับไปอ่านหัวข้อ AGE ใหม่ด่วน

 

.............................................................

 

 

การ ล่วงละเมิดทางเพศในคุกส่วนใหญ่มิได้เกิดขึ้นระหว่างคนแปลกหน้า หรือนักโทษที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันมาก่อน ยกตัวอย่างเช่น เหยื่ออาจจะถูกลวนลามมาเป็นเวลานาน การราวีรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นการคุกคามหรือข่มขืน นักโทษชาวเท็กซัสเปิดเผยต่อ Human Rights Watch ว่า:

"เพื่อนร่วมห้องขังของผมหนุ่มแน่นกว่าผม แข็งแรงกว่า แถมยังตัวใหญ่กว่า เขาสารภาพกับผมว่าเขาเป็นไบฯ ตลอดสองสัปดาห์หลังจากนั้นผมก็ถูกลูบๆ คลำๆ .... ผมแหกปากใส่เขา บอกให้เขาหยุด แต่ไม่เป็นผล พัสดีเพิกเฉยต่อคำร้องเรียนของผม แถมยังมีหน้ามาถามกลับอีกว่าผมเป็นคู่ขาของไอ้หมอนั่นเหรอ ไอ้นั่นก็อีกอ่ะ มันไม่เลิกราเสียที จนในที่สุดมันก็เอาผมจนได้"     

นี่คือ Long Term Relationship ถ้าแบบรวดรัดตัดตอนกว่านี้... นักโทษที่ปากเสียในตอนกลางวัน อาจจะถูกข่มขืนในตอนเย็น ไม่ทันข้ามวัน

การข่้มเหงทางเพศมีลักษณะหลากหลาย เช่นการบังคับข่มขู่ การใช้กำลัง หรือคุกคาม ซึ่งส่วนใหญ่แล้วผู้ล่าและเหยื่อในเคสเหล่านี้จะรู้จักกันอย่างผิวเผินหรือ ไม่รู้จักกันเลย แต่ก็มีบ้างที่ทั้งสองฝ่ายคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ผู้ล่าอาจปรากฎตัวขึ้นในฐานะของเพื่อน ผู้คุ้มครอง แต่ในภายหลังก็อาศัยความคุ้นเคยเพื่อให้ได้ร่วมเพศกับเหยื่อ

 

ความสัมพันธ์ในรูปแบบที่มีความเสี่ยงที่สุึดคือ "เพื่อนร่วมห้องขัง" เพราะพวกเขาต้องอาศัยอยู่ภายในห้องขังเดียวกัน คนที่มีลักษณะอ่อนแอตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นมักตกเป็นมวยรอง

การ จัดสรรปันส่วนจับกลุ่มนักโทษให้อยู่ในห้องขังเดียวกันจึงเป็นเรื่องละเอียด อ่อนและยุ่งยากสุดๆ ห้ามจับนักโทษคนละแก๊งไปอยู่ด้วยกันเป็นอันขาด หรือไม่ก็ถ้าได้ข่าวว่านักโทษคนไหนเหม็นขี้หน้าอีกคน ก็ห้ามยัดหมาบ้าสองตัวนี้เข้าถ้ำเดียวกัน ในการแบ่งห้องขัง พัสดีจะพิจารณาแค่สองเรื่องเท่านั้น ไม่ได้สนใจเรื่องอื่น นักโทษจำนวนไม่น้อยจึงถูกจับยัดห้องขังรวมกับนักโทษที่แข็งแรงกว่า น่ากลัวกว่าตนเอง แถมยังมีประวัติข่มขืนติดตัวยาวเป็นหางว่าว ไม่น่าแปลกใจเลยที่นักโทษส่วนใหญ่จะถูกเพื่อนร่วมห้องขังข่มขืน พัสดีต้องใส่ใจกับการจับคู่นักโทษร่วมห้องขังมากกว่านี้ ไม่ก็ไม่ควรให้นักโทษอยู่เป็นคู่ในห้องขัง ขังเดี่ยวไปเลยยิ่งดี

แต่นั่นเป็นเรื่องในอนาคต ส่วนสิ่งที่ทำได้ในตอนนี้ก็....

 

 

 

............................................................. 

 

 

กลับมาที่มร. ไมเคิล สโกลฟีลด์อีกครั้ง...

เบิ่งเขาสิ

 

 

 

.................. -_- อืม....

จาก งานวิจัยของ Human Rights Watch เห็นได้ว่า ไมเคิลของพี่ลินค์ก็โดนไปหลายดอก เข้าข่ายหลายคดี พ่วงตำแหน่ง Pretty & Handsome แห่ง Fox Riverและ Sona แต่พี่แกเสียไม่เคยเสียตัว เสียแต่นิ้ว แถมยังมีเวลา่ไปอ่อยสาวมัดใจคุณหมออีกต่างหาก

 

 

 

 

ถ้าไมเคิลไม่โชคดีมหาศาล ก็สรุปได้คำเดียวว่า....

  

นี่มันโกหกทั้งเพ!!!

(แต่มันก็เป็นนิยายนี่เนอะ...)

 

Human Rights Watch ไปสัมภาษณ์ให้หน่อยว่ามันรอดมาได้ยังไง

 

แถมบ่น:

ละครก็เป็นละครอยู่วันยังค่ำ เอิ๊กอ๊าก 

นี่มันเดือนแห่งความรักไม่ใช่เหรอ.... อัพอะไรของตรูฟระเนี่ย....

ทำไงได้ล่ะก็เล่นเดทกับ Linc the Sink (ไปพลาง เหล่ Alex ไปพลาง) ข้ามวันวาเลนไทน์เลยนี่นา กร๊ากกกก ถ้าสมองส่วนแปลภาษาไม่แฮงก์ก็ไม่นอน ตื่นทนนานยิ่งกว่าเสพแอมเฟตามีน

 

แรงบันดาลใจในการเขียนเอนทรี่นี้: Google Translate แปลเป็นไทยแล้วอนาถสิ้นดี Pointed Out = แหลมออก.... โอ มายก็อด! = ตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวที่สิบห้า พระเจ้าของฉัน เครื่องหมายอัศเจรีย์ ตรูแปลเองก็ได้ฟระ -_-\ 

เครดิตงานวิจัยที่นำมาแปล: http://www.hrw.org/legacy/reports/2001/prison/report.html#_1_2

ติดใจก็ไปอ่านต่อเอาเอง หรือไม่ก็ Google Translate ช่วย(ให้)คุณ(งง)ได้ 

เครดิตภาพ:

รูปจากเรื่อง Prison Break, Felon, Animal Factory, American Hiostory X บางรูปก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการข่มขืนแต่อย่างใด เอามาประกอบเฉยๆ 

และรูปจากเว็บไซต์

 http://mjackson.com/forums/index.php?act=Print&client=printer&f=23&t=938

 http://http://www.theinsider.com/photos/544570_Shirtless_Celeb_Of_The_Day_Wentworth_Miller

Comment

Comment:

Tweet

มีใครคนใหน ที่อยากมีรายได้เสริม งานที่วัยรุ่น ทั่วประเทศไทยเค้าทำกัน ทำอยู่ที่บ้านได้ ( รับ18ปี+) รายได้ 2000-5000บาทต่อสัปดาห์ ไม่มีการแท็กเฟสบุคแน่นอนครับก สนใจติดต่อได้ http://beside-group.com/id.php?id=7494

#17 By Art ADM on 2013-09-11 01:55

แหม่ อ่านแล้วสะใจจริงๆ!!! คนทำชั่วก็ต้องโดนกรรมสนองแหละ 
ปล. ไมเคิลรอดมาได้เพราะ 1.ได้เพื่อนร่วมห้องที่ดีเกินไป(ซูเคร) 2.นี่มันไม่ใช่หนังเกย์ ฮ่าๆ

#16 By Gu_Tango on 2012-05-26 21:29

ผมดู 3 รอบเลยอะครับ - - แฮะๆ แบบว่าบ้ามากๆ 2 หลัง ดู + จดจำ เจ๋งมาก ส่วนเรื่องอื่นๆ น่าดูเหมือนกันนะครับ จะหามาดูได้ยังไงน้อ - -Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#15 By posasa on 2011-12-02 23:34

พ่อหนุ่มไมเคิลช่าง...
ต้องดูให้ได้!!!

#14 By hameii on 2011-10-10 19:25

มีอย่างงี้ด้วยแฮะ

#13 By ttapp on 2010-05-24 15:13

เรื่องจริงมันยิ่งกว่านิยายสินะ
เพราะในนิยายขืนเอาความจริงออกมาพูดได้โดนแบนแน่ๆ
คนเรามักมือถือศาก ปากถือศิลกันนะ
เอ็นทรี่นี้อ่านแล้วได้ความรู้ดีจัง

#12 By cobaltblue on 2009-12-08 22:56

อยากติดคุก ฮ่า ๆ ๆ

ล้อเล่นคับ




น่าสงสารคับ แต่นะ อยู่ในนั้น เลือกไม่ได้ก็ต้องสู้ คับ

#11 By ARAMiC™ on 2009-11-12 11:17

โหย

เป้นการติดละครที่เที่ลิศมากค่ะ
มีวิชาการผสม
เวลาดูหนูก้คิดเหมือนกัน
รอดมาได้ไงว่ะ หล่อขนาดนี้ cry cry cry cry

#10 By ploilek on 2009-03-11 16:04

อ่านแล้วได้ความรู้ระหว่างเสพภาพไมเคิลไปพลางๆ

ตอนดูก็สงสัยเหมือนกันว่าทำไมไมเคิลมันไม่โดนอะไรเล๊ย พริตตี้ขนาดนี้ ทำไมถึงมีแค่ทีแบ็คมาจีบล่ะฟะ!

สรุปแล้วก็ได้แต่จิ้นสองพี่้น้อง ลินคอล์นตัวบึ้กมาก ทำน้องสกอฟิลด์บอบบางไปถนัด เหอๆ

ผีบรรพบุรุษปกป้องให้ไมเคิลมือเหนียว ไม่เคยทำสบู่ตกแน่เลย(คิดไปโน่น)

#9 By Dqrkblue (81.246.228.187) on 2009-03-06 21:07

อ่านจนจบเลยค่ะ สนุกดี ได้ความรู้ใหม่ ไม่เคยรู้มาก่อนเลยนะเนี่ย confused smile open-mounthed smile

#8 By Glinda The Good on 2009-02-19 19:24

กำลังอ่านด้วยความรู้สึกหดหู่


มาเจอ 'don't drop the soap'.....


หมดกัน cry

#7 By W★G on 2009-02-19 19:11

โค่วว...ยาวมาก...แต่ก็อ่านจบ กร้ากกก
เตี่ยมีคุณสมบัติในคีย์เวิร์ดนั่น 3 อย่างแหละเฮีย...ดีใจดีมั้ยเนี่ย
ไม่อยากนึกหน้าคนคุกจริงๆ หยึยยย
ยิ่งคุกไทย

#6 By Harvenhite on 2009-02-19 17:22

เป็นเอ็นทรี่แรกในรอบเดือนที่อ่านจบ ทั้งๆที่เขียนยาวววววววววว มากกกกกถึงมากที่สุด

หมายเหตุ : มั่นใจว่าคุณพี่ไมเคิลแกเจ๋งจริง แกเลยอย่รอดปลอดภัยค่ะ

#5 By Luvinmache on 2009-02-19 12:19

โอววว อ่านแล้วสลด...แต่ก็กระชุ่มกระชวยขึ้นมาแปลกๆ
ขอบคุณนะคะที่เขียนเอนทรี่มาให้เราโฮกฮาก...เอ้ย...เพิ่มความรู้ขึ้นมาอีกขั้น (กี๊ซซ)

#4 By Star* of Radiance on 2009-02-19 11:45

สวรรค์ของสายเคสินะคะ

#3 By Aijou~ on 2009-02-19 10:41

ต้องดูให้ได้big smile

#2 By Meowzilla Zilla on 2009-02-19 09:12

อูววว

อ่านแล้วร้องอู้วววว confused smile

รายละเอียดลึกๆแล้วเป็นแบบนี้นี่เอง




(สงสัยต้องไปหาPrison Breakมาดูซักที)

#1 By Aerial : find sth. on 2009-02-19 00:26