พรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะติวภาษาญี่ปุ่นระดับ สามให้ลูกศิษย์แล้ว (อีกตั้งนานแน่ะกว่าจะสอบ) เลยอยากเขียนทริกเอาไว้ให้อ่านเสียหน่อย เพราะการสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นระดับสามนั้น ไม่ได้ยากเลย (ระดับสองกับหนึ่งสิ.... TwT) สอบหนเดียว เอาให้ผ่านนะ!! เปลืองตังค์! เสียเวลา!
อย่างที่รู้กันว่าการสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นในขณะนี้แบ่งออกเป็น 4 ระดับ ระดับสี่ง่ายที่สุด แต่สำหรับคนที่อยากไปเรียนต่อประเทศญี่ปุ่น อยากขอทุน อย่างน้อยก็ควรสอบให้ได้ระดับสาม (การไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่ญี่ปุ่น ถ้าคณะทางสายวิทยาศาสตร์กับวิศวกรรมศาสตร์ ม.บางแห่งกำหนดเกณฑ์ต่ำสุดว่าระดับสามก็เพียงพอแล้วค่อยไปเรียนเพิ่มได้ แต่ทางสายศิลป์มักจะใช้ความรู้ทางภาษาญี่ปุ่นมากกว่านี้) ในการขอทุนรัฐบาลญี่ปุ่น ถ้าได้เกรดเฉลี่ยตอนเรียนไม่ดีนัก การมีขั้นภาษาญี่ปุ่นก็ช่วยลดทอนเกณฑ์ GPA ขั้นต่ำในการขอทุนได้ด้วย
ในการสมัครงานบริษัทญี่ปุ่นในไทย เช่น โตโยต้า โตชิบ้า บลาๆ ตอนไปสมัคร ถ้าเรามีขั้นภาษาญี่ปุ่นก่อน อย่างน้อยขั้นสาม ก็ถือเป็นข้อได้เปรียบตอนสมัครงานและสอบสัมภาษณ์เหมือนกัน เพื่อนที่ทำงานอยู่โตโยต้าบอกว่า แค่ได้ระดับสามทาง HR ของบริษัทเค้าก็ปลื้มมากแล้ว อยากทำงานบริษัทญี่ปุ่นก็ต้องเรียนภาษาญี่ปุ่นเอาไว้บ้าง
ถ้าคิดจะสอบ ให้ตัดสินใจว่าจะสอบระดับสาม "อย่าสอบแค่ระดับสี่เลย...เสียเวลาไปตั้งปี เสียเงินตั้งหลายร้อย" เพราะในแต่ละปี เราเลือกสอบได้ระดับเดียวเท่านั้น และความยากง่ายของระดับสี่กับสามก็ต่างกันไม่มาก ลงทุนตั้งใจอ่านสอบระดับสามไปเลยดีกว่า ให้ผลคุ้มค่ากว่าเยอะ ดีกว่าสอบระดับสี่แล้วรอหง่าวไปอีกปี
เอาเป็นว่า
ถ้าอยากสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นระดับสาม
หรือ
มีความจำเป็นที่ต้องสอบระดับภาษาญี่ปุ่นระดับสามอย่างปัจจุบันทันด่วน
ขอให้ผ่าน
ขอแค่ผ่าน
ลองทำตามคำแนะนำนี้เลย
จำเอาไว้ก่อนไปสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น
แบบขอให้ผ่าน
หนึ่ง! หาแหล่งความรู้ที่เอื้อต่อการทำคะแนนส่วนมาก
สังเกต Pass Mark
| Level | Kanji | Vocabulary | Listening | Hours of Study | Pass Mark |
|---|---|---|---|---|---|
| 4 | ~100 (103) | ~800 (728) | Beginner | 150 (estimated) | 60% |
| 3 | ~300 (284) | ~1,500 (1409) | Basic | 300 (estimated) | |
| 2 | ~1000 (1023) | ~6,000 (5035) | Intermediate | 600 (estimated) | |
| 1 | ~2000 (1926) | ~10,000 (8009) | Advanced | 900 (estimated) | 70% |
การสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น แบ่งเป็นสามส่วน คือ คำศัำพท์ (25%) การฟัง (25%) แกรมม่าและการอ่าน (50%)
ส่วนที่คะแนนเยอะที่สุดคือแกรมม่าและการอ่านบทความ คะแนนกว่า 75% เป็นคะแนนที่ได้จากการอ่าน
เพราะฉะนั้น การดูอนิเมะจึงไม่ใช่แหล่งความรู้ที่เอื้อต่อการทำคะแนนส่วนมาก
อย่าอ้างว่าดูอนิเมะฝึกปรือภาษาญี่ปุ่นเพื่อสอบวัดระดับแล้วก็นอนเกาตูดดูอนิเมะ โลลิ มิมิ อุอิ๊ ตลอดเวลา
ฮึ่ย สอบตกมาจะโมเอะให้
ไปซื้อหนังสือมาอ่านก็ได้ ง่ายดี
สิ่งที่ควรมีนอกจากหนังสือแกรมม่า ได้แก่
Dictionary + Dictionary Kanji
Level 3-4 Kanji List >> Search PDF File จากกูเกิล
สมุด ดินสอ ยางลบ
เวลา ความพยายาม ความตั้งใจ
สอง! อ่านไม่จำ เขียนถึงจะจำ
อย่าเอาแต่อ่านผ่านตา เขียนลงสมุดซะ
จะลอกจากหนังสือลงสมุด หรือจะลองแต่งประโยคเองโดยใช้แกรมม่าที่เรียนมาก็ได้
ว่างเมื่อไหร่ให้เปิดหนังสือแล้วก็เขียน อย่าปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์
ใครใคร่อ่าน อ่าน! ถ้าอ่านในห้องคนเดียวควรอ่านออกเสียง ช่วยให้คุ้นเคยและจำแม่นขึ้น
แต่ถ้าไปอ่านในที่สาธารณะก็ควรมีมารยาท ไม่รบกวนผู้อื่น
สาม! อย่าจำแต่คันจิ
อย่าจำคันจิ แต่ไม่รู้คำอ่าน เช่น
父 เขียนเหมือนรูปหนวด แปลว่าพ่อ อ่านว่าอะไรก็ไม่รู้
傘 ลักษณะเหมือนร่ม มีคนอยู่ใต้ร่ม แปลว่าร่ม อ่านว่าอะไรก็ไม่รู้
窓 มันมีคำว่า room กับหัวใจ หัวใจของห้องคือหน้าต่าง ฮ่าๆๆ อ่านว่าอะไรก็ไม่รู้
家 ไอ้ตัวเนี๊ยะ จำด้ายยย แปลว่าบ้าน อ่านว่าอะไรก็ไม่รู้
ตายสนิทแน่ๆ
เพราะข้อสอบจะให้คันจิมา แล้วให้เลือกคำอ่าน
บ้างก็ให้คำอ่านมา แล้วให้เลือกคันจิ
อีกทั้งโจทย์ส่วนใหญ่ก็มักจะมีฟุริงานะให้ ไม่ก็ใช้ฮิรางานะไปเลย ไม่ค่อยใช้คันจิ
เวลาจำคันจิให้จำคำอ่านด้วยเสมอ
แถม จำศัพท์ที่มีความหมายเหมือนกันหรือตรงกันข้ามกันเป็นเซตๆ ด้วยก็ดี
สี่! อย่าจำประโยคสัญลักษณ์
อย่าท่องเป็นหุ่นยนต์ เช่น
วิธีพูดขอร้องแบบสุภาพมีสองแบบ o + v.masu + kudasai // go + v.suru + kudasai
แต่ให้จำเป็นประโยคที่มีความหมายไปเลย เช่น
少々お待ちください。 -> กรุณารอสักครู่
もう一度ご説明ください。-> กรุณาอธิบายอีกครั้ง
จำแบบนี้นอกจากจะได้รูปประโยคแล้ว ยังได้คำศัพท์ และจำประโยคง่ายๆ ไปใช้พูดได้ด้วย
ห้า! อัดแกรมม่าให้แม่นสุดตรีน
แค่ทำแกรมม่าได้เต็มก็ปาเข้าไป 50% แล้ว อีก 10% เก็บไม่ยาก
แถมข้อสอบแกรมม่าน่ะ ไม่สามารถพลิกแพลงไปได้มากกว่าในหนังสือหรอก
ไม่เหมือนคำศัพท์กับคันจิที่จะออกอะไรมาก็ไม่รู้
หก! หาข้อสอบเก่ามาทำเยอะๆ
ไม่ว่าจะหามาด้วยวิธีไหนก็ตาม ถามเพื่อนที่เคยสอบ หาตามเว็บจีน
หามาทำเยอะๆ เวลาเจอข้อสอบจริงจะไม่ประหม่า
และจะรู้ว่า ข้อสอบบางพาร์ทมันก็ออกซ้ำๆ อยู่นั่นแหละ โดยเฉพาะแกรมม่ากับสำนวน
おだいじに・おかけさまで・かまいません・けっこうです ออกอยู่ได้ทุกปี
ลองไปหาดูแถวนี้ก็ได้ >> คลิก
เจ็ด! ข้อสอบวัดระดับเป็นสปีดเทสต์
| Level | Kanji and vocabulary |
Listening comprehension |
Reading comprehension and grammar |
Total duration |
|---|---|---|---|---|
| 4 | 25 min | 25 min | 50 min | 100 min |
| 3 | 35 min | 35 min | 70 min | 140 min |
| 2 | 35 min | 40 min | 70 min | 145 min |
| 1 | 45 min | 45 min | 90 min | 180 min |
ในแต่ละพาร์ท (ยกเว้นพาร์ทฟัง) ต้องบริหารเวลาให้ดี
โดยเฉพาะพาร์ทคำศัพท์ซึ่งอาจต้องใช้เวลาแค่สามสิบวินาทีต่อหนึ่งข้อ
ระวังเวลาหมด -> ลน -> มั่ว -> แพ้
ส่วนที่เป็นคันจิเลือกคำอ่านและคำอ่านเลือกคันจินั่นแหละที่ควรใช้เวลาให้น้อยที่สุด
เพราะเป็นส่วนที่ไม่ต้องทำความเข้า ตีความ หรืออ่านประโยคเลยแม้แต่นิดเดียว
แปด! อย่าขี้เกียจเปิดดิกชันนารี
คำไหนแปลไม่ออก อย่าทิ้งไว้ ให้รีบเปิดดิกชันนารีทันที
ถ้าขี้เกียจเ้ปิดดิกเป็นเล่มๆ ก็ซื้อทอล์กกิ้งดิกฯ หรือเปิดดิกฯ บนเว็บไซต์
jisho.org เว็บนี้ก็ดีไปอีกแบบ หาคำศัพท์และคันจิได้ มีรูปประโยคตัวอย่างให้ด้วย
เ้ก้า! อย่ากังวลเมื่อแปลไม่้ออกในห้องสอบ
เราไม่มีทางจำศัพท์ได้ทุกคำอยู่แล้ว ลองมองหาคำแวดล้อมแล้วก็เดาๆ เอา
ถ้าเป็นข้อสอบแกรมม่า ให้เติมคำช่วย บางทีไม่จำเป็นต้องแปลออก แต่จำหลักการผันรูปได้ก็ตอบได้
ข้อสอบวัดระดับใช้่วิธีตัดตัวเลือกได้ แต่ต้องลองทำแบบฝึกหัดบ่อยๆ นะ
สิบ! อย่าคิดว่า ปีหน้าก็ยังมี
อนาคตไม่แน่นอน เกิดตายก่อนได้สอบปีหน้าก็ไม่ต้องผ่านกันพอดี
เอาให้ผ่านปีนี้แหละ
หมายเหตุ
การสอบผ่านระดับสามหมายความว่า มีความรู้ภาษาญี่ปุ่นระดับเบสิก
ไม่ได้หมายความว่าคนที่สอบผ่านระดับสามจะใช้ภาษาญี่ปุ่นคล่อง
ใบประกาศนียบัตรเป็นแค่เครื่องยืนยันว่าเรา(เคย)มีความรู้เท่านั้น
ถ้าต้องการเก่งภาษาญี่ปุ่นก็ต้องฝึกอ่าน เขียน ฟัง พูด ใช้งานบ่อยๆ
(กะเหรี่ยงจะเก่งก่อนไปใบ้กินที่ญี่ปุ่นไหมเนี่ย T[]T)
ปล.
ปีหน้า อาจจะเปลี่ยนจากการสอบที่มี 4 ระดับ เป็น 5 ระดับ
June Write ไม่ประสบความสำเร็จ แทบไม่ได้อัพเลยนิ
พรุ่งนี้จะกลับบางกอกแล้ว ;_; ไม่อยากกลับเลย คิดถึงแม่
Credit: กติกาการสอบจาก wikipedia
-----------------------------------------------------------------
Edit
ตอบ คุณ Ame... rep#10
ปีหน้าไม่แน่ว่าเค้าอาจจะเปลี่ยนระบบสอบเป็น 5 ระดัีบ และสอบได้ปีละสองครั้ง >> อ่านรายละเอียดได้ที่นี่จ้ะ
ไม่ว่าจะสอบระดับอะไร กว่าจะสอบก็ตั้งปีหน้าเนอะ ถ้าเตรียมตัวตั้งแต่ตอนนี้ก็สอบผ่านชัวร์อยู่แล้ว
สู้ๆ นะ
มีประโยชน์มากเอนทรี่นี้
พยายามวาดให้มันเป็นนกฮูก แต่คงได้แค่ทรงผมด้านหน้า ฮา~
ไม่เคยติวเลยค่ะ ไปสอบโดยคิดง่าย ๆ ว่าเอาความรู้ที่มีอยู่นี่แหละไปสอบ แล้วเผอิญผ่าน เลยกะจะใช้วิธีนี้ต่อไป 555