ภาษาอังกฤษกับคนญี่ปุ่นเป็นของคู่กัน
ไม่ใช่คู่กันแล้วบรรเจิด แต่คู่กันแล้วบรรลัย
ถ้าไม่ใช่พูดไม่ได้ หรือ พูดไม่รู้เรื่องเลย
ก็พูดได้แต่ฟังแล้วเหมือนภาษาเอเลี่ยนมากกว่าภาษาอังกฤษ
เพราะเสียงอ่านภาษาญี่ปุ่นไม่เอื้ออำนวย
ไม่เหมือนภาษาไทยที่อ่านได้ทุกภาษา
วันก่อนไปทานข้าวกับคุณยามาดะ
คุณยามาดะชมว่านักเรียนไทย(พวกเรา)พูดภาษาญี่ปุ่นเก่ง
ออกเสียงได้ชัดเจนทุกคำ ไม่เหมือนคนจีนกับเวียดนาม
ภาษาไทยสุโก้ยป่ะล่ะ
แต่คนญี่ปุ่นที่พูดภาษาอังกฤษเก่งๆ ก็มีนะ
อย่างโอยะซังที่ดูแลหอของนร.ต่างชาติ
อาจารย์ที่คอยดูแลเด็กทุน
พูดภาษาอังกฤษคล่องปรื๋อกันทั้งนั้น หน้าที่การงานบังคับ
แต่ไอ้เคสบรรลัยนี่เจอแล้วปวดใจชะมัด
case 1
พูดภาษาอังกฤษได้ ฟังออก แต่...สำเนียงสุดหูรูด
ตย.ที่ใกล้ตัวที่สุด เซนเซย์(อาจารย์)ของเราเอง
สำเนียงภาษาญี่ปุ่นของเซนเซย์ฟังยากมาก
ไม่ต้องพูดถึงภาษาอังกฤษกันละ
ตอนที่สอบสัมภาษณ์ชิงทุนนี้ เซนเซย์ก็มาสัมภาษณ์เราที่ไทยด้วย
( ゚,_ゝ゚) = เซนเซย์ (ยังจำกันได้ไหม คิดถึงเซนเซย์ไหม แฟนเกิร์ล????)
(´゚ω゚〃` ) = จขบ.เจ้าเก่า
( ゚,_ゝ゚) "^%&84$%#"
(´゚ω゚〃` ) "pardon?"
( ゚,_ゝ゚) "^%&84$%#"
(´゚ω゚〃` ) "............."
( ゚,_ゝ゚) "^%&84$%#"
★ ☆
☆(´。ω゜`)★
จนต้องมีคนช่วยแปลอังกฤษเป็นอังกฤษให้....
สรุปว่าเค้าตั้งค่าให้ตัวแปรใน โจทย์ให้เราว่างั้น... x เป็นสอง y เป็นสาม
กูจะบ้า...ฟังตั้งนาน
case 2
พูดช้าๆ สิคะ...
พูดช้าๆ นะครับ....
มาถึงญี่ปุ่นสัปดาห์แรก เราต้องไปหาเซนเซย์ที่ห้อง
เซนเซย์ก็พูดภาษาญี่ปุ่นกับเรา
แต่พูดช้าๆ เพราะเข้าใจว่าเรากะเหรี่ยง
พร้อมกับบอกคุณเลขา T ว่าพูดภาษาญี่ปุ่นกับเราได้ แต่ให้พูดช้าๆ
ระหว่างนั้นคุณ O ที่เป็นเซมไป(รุ่นพี่)ก็มาคุยกับเราเรื่องเมล์ในแล็บ
(^ヘ^ ヾ) = พี่ O เป็นคุณพี่ที่ดูชิวๆ และใจดี แต่ก็ท่าทางเก่งมากเลย เป็นคนที่เท่ดีนะ
(^ヘ^ ヾ) "#$a%^3#@#$%$%^*&5&%8#$#^&*&"
Σ(´゚Д゚|||`) "แกว๊ก ไม่รู้เรื่อง!!!"
(^ヘ^ ヾ) "เอ่อ...ต้องพูดภาษาอังกฤษเหรอครับ?" (ทำหน้าลำบากใจ)
( ゚,_ゝ゚) "พูดภาษาญี่ปุ่นได้ แต่พูดช้าๆ...."
(^ヘ^ ヾ) "อ่อ ครับ" (โล่งอก) "เรื่องเมล์ครับ ช่วยคิดชื่อเมล์ที่อยากได้หน่อย"
(´゚ω゚〃` ) "(โอ๊ย รักเซนเซย์จัง...อยากโดดจุ๊บ) คราวนี้เข้าใจแล้วค่ะ" (จัดการเรื่องเมล์จนเสร็จ)
(^ヘ^ ヾ) "เก่งภาษาญี่ปุ่นจังนะครับ"
(´゚ω゚〃` ) "ขอบคุณค่ะ..." (จริงๆ แล้วฟังไม่รู้เรื่อง แต่รู้ว่าต้องทำอะไร...)
วันที่เราไปแล็บวันแรกก็เจอคุณ M ซึ่งเป็นรุ่นพี่ในแล็บ
(@∇@) = คุณ M ท่าทางเนิร์ดๆ แต่ก็ใจดี ไม่รู้อะไรก็ไปถาม
(@∇@) "สวัสดีครับ ผมชื่อ M บลาๆๆ ฟังออกหรือเปล่าครับ? หรือเอาภาษาอังกฤษ"
(´゚ω゚〃` ) "อืม ฟังออกค่ะ พูดภาษาญี่ปุ่นได้แต่ต้องพูดช้าๆ นะ"
(@∇@) "ดีเลยครับ ถ้าอยากพูดภาษาอังกฤษกับผมก็ได้นะ แต่พูดช้าๆ นะครับ"
(´゚ω゚〃` ) ".....ค่ะ"
(@∇@) "งั้นเราไป #$$#%&^@53$530^$^%-*& กันเถอะ"
(´` ω ´`*) ...............
ผ่านไปไม่ทันถึงสิบวิ คุณ M ก็รัวไม่ยั้งเหมือนเดิม
พูดช้าๆ ดิ!!! หอยหลอด เดี๋ยวรัวกลับเป็นภาษาไทยซะเลย
case 3
กูไม่รับ กูไม่พูด กูไม่ฟัง อย่าพูดภาษาอังกฤษ!!! นังเชื้อโรค!!!
ก่อนหน้านี้เจอคุณ S ป.โทปีหนึ่ง ที่เป็นธุระไปถามเรื่องกุญแจห้องให้
เรานึกคำภาษาญี่ปุ่นไม่ออก เลยยิงภาษาอังกฤษไปสั้นๆ
(。●⊥●。)= คุณ S
(´゚ω゚〃` ) "คือว่า....ENG~LISH~ENG~LISH~ENG~LISH"
(。●⊥●。)"........"
(´TωT〃` ) "แง ไม่เข้าใจเหรอ?"
(。●⊥●。)"........"
(。●⊥●。)"........"
(。●⊥●。)"........"
ε≡
(คุณ S วิ่งหนีไป "อย่าพูดภาษาอังกฤษสิครับบบบบ!!!!!!")
สักพักคุณ S ก็วิ่งกลับมา แบบว่าทำใจได้แล้ว จริงๆ ก็พูดได้นี่นา
แต่คนญี่ปุ่นเหมือนมีปมด้อย กลัวว่าจะออกเสียงไม่ถูก
ไม่ชิน เขิน เลยไม่ค่อยกล้าพูด
วันก่อนเจอระหว่างทางกลับบ้าน คุณ S ก็พยายามพูดภาษาอังกฤษกับเรานะ
"Where're you going" ................. คำนี้พูดภาษาญี่ปุ่นก็ได้มั้งคู้นนน
case 4
นารุโฮโด
ช่วงแรกๆ เราไปแล็บเราจะว่างงานโคตรๆ (ตอนนี้งานเข้าละ แต่ยังไม่เจียมมาอัพบล็อก)
วันหนึ่ง ในขณะที่ในห้องแล็บไม่มีใครเลยนอกจากเรา...ผู้กำลังดูยูตู๊บ....
ก็มีเด็กป.ตรีคนหนึ่งโผล่หน้าเข้ามาด้อมๆ มองๆ
ชื่อคุณ A (o ̄v ̄o)/ "A คุงคร้าบ"
คุณ A เป็นคนที่คอยช่วยเราตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาละ พาทัวร์แล็บ
และมักตกเป็นเหยื่อเราตอนเราเบื่อ จะไปก่อกวน ชวนคุย
(o ̄v ̄o) "โทษครับ คือผมอยากคุยภาษาอังกฤษด้วย"
(´゚ω゚〃` ) "ห๊ะ!!!!!!?" (อุกกาบาตโหม่งโลกแน่)
(o ̄v ̄o) "ผมอยากฝึกพูดภาษาอังกฤษครับ อยากเก่ง"
(´゚ω゚〃` ) "เอาสิ ดีจังๆ"
(o ̄v ̄o) "ผมเรียนภาษาอังกฤษที่โรงเรียนนะ แต่ไม่ค่อยได้ใช้ ไม่ค่อยได้พูด เลยไม่เก่ง"
(´゚ω゚〃` ) "ที่เมืองไทยก็ไม่ได้ใช้เหมือนกัน ไม่ค่อยเก่งหรอก ถ้าอยากฝึกก็ได้นะ"
(o ̄v ̄o) "ครับ จะฝึกภาษาญี่ปุ่นกับผมก็ได้นะ"
(´゚ω゚〃` ) "อื้อ จะพยายาม"
(o ̄v ̄o) "พยายามเข้าครับ" (Ganbattekudasai)
(´゚ω゚〃` ) "จ้ะ"
(o ̄v ̄o) "เอ่อ... พยายามเข้าครับ ภาษาอังกฤษว่ายังไงครับ?"
(´ ̄ω ̄|||` ) "........Try your best/Keep up your good work ฟีลประมาณนี้มั้ง"
(o ̄v ̄o) "นารุโฮโด... อ๊ะ คำว่านารุโฮโดฟังเข้าใจไหมครับ?"
(´゚ω゚〃` ) "อื้อๆ รู้ความหมาย"
(o ̄v ̄o) "หมายความว่าอะไรครับ?"
(´゚ω゚〃` ) ".............." (จะเอาไงกะตรู ลองภูมิตรูเหรอ?)
(o ̄v ̄o) "ผมหมายถึงภาษาอังกฤษอ่ะครับ"
(´ ̄ω ̄|||` ) "อ่อ นารุโฮโด......นารุโฮโดหมายความว่า I see"
case 5
เข้าใจดิฉันด้วยหรือคะ?
วันหนึ่ง เลขา T ของเซนเซย์ฝากโน้ตถึงเราว่าปั๊มกุญแจห้องแล็บมาให้แล้ว
ให้ไปเอาที่ห้องด้วย
ข้อความนั้นเป็นภาษาอังกฤษ พร้อมแผนที่ห้อง (ชี้ไปยังห้องข้างๆ....จะมีแผนที่ทำไม้!!!!!)
พอเราไปหาเค้า พร้อมกับยื่นกระดาษโน้ตให้ดูว่าเรามาเอากุญแจ
(*^o^*)= เลขา T เป็นคนน่ารักมาก เค้าพยายามเอาใจช่วยเราตลอดเวลาที่เราพูดภาษาญี่ปุ่น
พอเรายื่นกระดาษโน้ตให้ปุ๊บ...
(*ToT*) "อ่านไม่รู้เรื่องหรือคะ??????"
(´・ω・`) ".......อ่านรู้เรื่องค่ะ ถึงมาเอากุญแจไง"
(*^o^*)"อ้อ ดีใจจัง แบบว่าไม่มั่นใจภาษาอังกฤษของตัวเองเลย"
เค้าก็เขียนภาษาอังกฤษดีออกนะ.....
case 6
ภาษาไทยก็ได้นะครับ
(≧∇≦) = Ts เซมไป คนที่ใส่มาร์คปิดหน้าเพราะป่วย แต่เปิดมาร์คตลอดเวลา ไม่เข้าใจ...
วันหนึ่ง Ts เซมไปเดินมาบอกเราว่าต้องพรีเซนต์โปรเจ็คต์จบป.ตรีในแล็บด้วย
(´・ω・`) "พรีเซนต์ภาษาอังกฤษเหรอคะ?"
(≧∇≦) "ภาษาไทยก็ได้ครับ!!!!"
(´・ω・|||`) "....แล้วฟังกันออกเรอะ"
(≧∇≦) "ไม่ออกหรอกครับ แต่คิดว่าพรีเซนต์ภาษาไทยน่าจะง่ายกว่า"
(´・ω・|||`) "แล้วจะพรีเซนต์ให้แมวที่ไหนฟัง เอ๊ย... ภาษาอังกฤษก็ได้ค่ะ"
(≧∇≦) "ภาษาอังกฤษก็.... น่าจะโอเคแหละครับ วันไหนดี...."
ตกลงกะว่าภาษาไหนก็ฟังไม่ออก ภาษาไทยก็ได้ ภาษาอังกฤษก็ดี สินะ....
ฮึ่ม ถ้าเราบอกว่าจะพรีเซนต์ภาษาไทยจะเป็นยังไงนะ
พอคุยกันเสร็จเซมไปก็ถามว่า
(≧∇≦) "เซนเซย์พูดภาษาไทยได้ด้วยหรือครับ?" (คงเห็นว่ารับเด็กไทยมา)
(´・ω・|||`) ".........."
พูดได้ก็ดีดิ
case 7
Challenge
กลับมาที่คุณ A อีกครั้ง เราปรึกษาคุณ A ว่ากลุ้มใจเรื่องพรีเซนต์จัง
กลัวคนญี่ปุ่นฟังเราไม่รู้เรื่อง
กลัวเค้าถามมาเป็นภาษาญี่ปุ่นแล้วเราฟังไม่รู้เรื่อง
กลัวเค้าถามมาเป็นภาษาอังกฤษแล้วเราฟังไม่รู้เรื่อง
กลัวฟังรู้เรื่องแต่เจือกตอบไม่ได้ (อันนี้โง่เอง จะโทษใคร)
(´・ω・`) "พรีเซนต์ภาษาอังกฤษโอเคใช่ไหมก๊ะ?"
(o ̄v ̄o) "ครับ รู้จักคำว่า $%#&*&* ไหมครับ?"
(´・ω・`) "?"
(o ̄v ̄o) "แปลว่า Challenge ครับ คนพิการเค้าก็ใช้คำนี้ครับ"
(´・ω・`) "อ่อ เคยเห็นในรถไฟ"
(o ̄v ̄o) "นั่นแหละครับ คนพิการต้องต่อสู้กับสภาพร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ของตัวเอง ถึงเรียกว่า Challenge"
(´・ω・`) "อาฮะ"
(o ̄v ̄o) "เข้าใจใช่ไหมครับ?"
(´・ω・`) "อือ"
(o ̄v ̄o) "พวกเราก็จะ challange เพื่อฟังพรีเซนต์ของคุณครับ"
(´-ω-|||`)
นี่พวกแกพิการทางภาษาอังกฤษเรอะ!!!!!!!
ก็สนุกสนานดี ถึงแม้จะฟังกันไม่ค่อยออก ฮ่าๆๆ
คุณ A ถามคำถามสุดท้าย
(o ̄v ̄o) "ภาษาอังกฤษของผมใช้ได้ไหมครับ?"
(´・ω・|||`) "อ่า...."
(´゚ω゚〃` ) "คุยกันรู้เรื่องก็สุดยอดแล้วจ้า"
อย่างว่า คนญี่ปุ่นก็เก่งภาษาญี่ปุ่นที่สุด
คนไทยก็เก่งภาษาไทยที่สุดเนอะ
+++++++++++++++++++++++++++
ฝนตกอีกแล้ว หนาว ป่วย
ขอบคุณสำหรับเอนทรี่ที่แล้ว Crows Zero น่ารักจริงๆ เนอะ XD
ถึงไนจี้ คนที่นั่งข้างชุนที่ว่านั่นใครกัน อิซากิหรือโทคิโอะ?
วันนี้ดู Tokyo Dogs ชุนเล่นเป็นพระเอกอีกแล้ว...ตกลงตรูจะติดตามชุนตลอดไปแล้วใช่ไหม
ไปๆ มาๆ ดูหนังที่ชุนเล่นแทบทุกเรื่องเลย
ข้างๆ หอมีร้านเช่า DVD อีกไม่นานเราต้องคืบคลานไปทำบัตรสมาชิกแน่ๆ
แต่ตอนนี้ไปทำพรีเซนต์ก่อนเถอะ ถึงคนในแล็บจะฟังไม่ค่อยออกกันก็ตาม...กระซิกๆ
