Happy Tiger Year 2010

 

 

 

ก่อนอื่นก็ต้อง สวัสดีปีน้องเสือโฮกจ้า~
ปีใหม่นี้ใครคิดอะไรก็ขอให้สมหวังทุกอย่างเลยนะ
คิดจะเลิกดองบล็อกก็มีเวลาเขียนบล็อก
คิดจะได้อ่านบล็อกนี้ก็ได้มาอ่านวันละสามหน (แต่จขบ.ไม่อัพ)
คิดจะรวยก็ออมเงินได้ทุกบาททุกสตางค์
คิดจะสอบผ่านก็ได้อ่านหนังสืออย่างหนักหน่วง
คิดจะมีแฟนใหม่ก็ได้เลิกกับแฟนเก่าโดยปลอดภัย
คิดจะแข็งแรงก็ได้ดูแลสุขภาพและอาหาร
คิดจะผอมก็ได้งดขนมและของจุบจิบได้ตามใจสั่ง
คิดจะพักก็ได้กินคิทแคท
คิดจะอวยพรเกรียนต่อไปเรื่อยๆ ก็จะได้โดนนักอ่านยำตีน
คิดอะไรก็ดี.... อย่าหยุดคิด อย่าหยุดฝัน นะจ๊ะ!!
 
 
การอัพเลวไม่กี่บรรทัดนั้นไม่ใช่แนวของเราอยู่แล้ว 
อวยพรกันเสร็จแล้ว ก็มาอ่านเอนทรี่กันต่อเล้ย~
 
 
++++++++++++++++++++++++
 
 
 
 พูดจาภาษา『คนญี่ปุ่น』
 
 
 
 
ตอนนี้เราเรียนภาษาญี่ปุ่นอยู่ที่โตเกียวได้เกือบสามเดือนแล้วค่ะ
เราเองก็ยังพูดภาษาญี่ปุ่นไม่คล่อง จำศัพท์ก็ไม่ค่อยได้
พอจะพูดสื่อสารในชีวิตประจำวันได้เท่านั้นเอง
แต่อาจารย์สอนว่า สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าศัพท์หรือแกรมม่า คือวัฒนธรรมและมารยาทในการสื่อสาร
คนแต่ละชาติแต่ละภาษาก็มีวิธีพูดและวิธีสื่อสารแตกต่างกันไป
นอกจากภาษาพูดแล้ว ยังมีภาษากาย มีความหมายแฝงอีกมากมาย
ถ้าเราเข้าใจศัพท์แต่ไม่เข้าใจภาษากายหรือความหมายแฝง เราก็อาจจะเข้าใจผิดได้ง่ายๆ
 
ในทางกลับกัน ถ้าเราไปพูดกับคนญี่ปุ่นด้วยสไตล์การพูดของฝรั่งหรือไทย
ถ้าพูดแล้วขัดกับมารยาทของคนญี่ปุ่น ก็อาจจะถูกมองว่าเป็นคนไม่มีมารยาทได้เหมือนกัน
 
ยากจัง~ แล้ววิธีการพูดของคนญี่ปุ่นมีอะไรสำคัญๆ บ้างล่ะ?
(ขอยกเฉพาะข้อที่อาจารย์ย้ำบ่อยๆ แล้วกันนะคะ)
 
 
1. เปิดการสนทนา
การที่เราจะไปพูดคุยกับใครนั้น เราต้องเปิดบทสนทนาก่อนค่ะ
ง่ายๆ เลยก็เดินเข้าไปหาแล้วพูดว่า
สุมิมาเซน (ขอโทษนะคะ) ขอโทษที่ไปขัดจังหวะเขา
หรือ อะโนว (เอ่อ) เป็นการแสดงว่าเรามีเรื่องจะพูดกับเขา
 
จากนั้นก็ถามว่า ชตโตะอี้เดสก๊ะ? (พอมีเวลาสักเดี๋ยวไหมคะ?)
เลือกใช้ภาษาสุภาพตามความสนิทสนม ถ้าเขาบอกว่า ว่าง ก็ยกหัวข้อสนทนาขึ้นมาให้ชัดเจน
เช่น "เรื่องงานเลี้ยงส่งท้ายปีน่ะค่ะ" (ในกรณีที่เขารู้เรื่องงานเลี้ยงอยู่แล้ว)
หรือ "วันเสาร์นี้จะมีงานเลี้ยงส่งท้ายปีค่ะ" (ในกรณีที่เขาไม่รู้เรื่องมาก่อน)
 
ตย.
ทานากะ: ขอโทษค่ะ... 
หยาง:  ครับ?
ทานากะ: สะดวกคุยไหมคะ?
หยาง: ครับ
ทานากะ: เรื่องที่หัวหน้าพูดในที่ประชุมเมื่อวันก่อนน่ะค่ะ... <<ยกหัวข้อสนทนา
หยาง: อ้อ ทำไมหรือครับ
 
 
2. Toilet Paper Style 
การสนทนาของคนญี่ปุ่น มีลักษณะเหมือนกระดาษทิชชู่ในห้องน้ำค่ะ!
ลองสังเกตกระดาษทิชชู่สิคะ มันจะไม่กว้าง แต่ยาาาาาาาาาาวมั่ก
คนญี่ปุ่นจะพูดประโยคสั้นๆ เข้าใจง่าย ให้คู่สนทนาแสดง response เป็นระยะว่าฟังอยู่นะ เข้าใจนะ
เช่น
 
หยาง: ขอโทษครับ...คือว่า...
ทานากะ: คะ?
หยาง: มีเรื่องอยากจะรบกวนหน่อยครับ...
ทานากะ: ค่ะ...?
หยาง: เรื่องเอกสารที่ต้องส่งวันพรุ่งนี้น่ะครับ...
ทานากะ: อ้อ ค่ะ
หยาง: ไม่ทราบว่าต้องแนบรูปถ่ายกี่ใบ...
ทานากะ: ติดเอกสารหนึ่งใบเท่านั้นค่ะ
 
ถ้าเป็นคนชาติอื่นอาจจะโดนด่าไปแล้วว่าเอ็งมาอ้ำๆ อึ้งๆ ทำไม น่ารำคาญ
แต่สำหรับคนญี่ปุ่น ถ้าหยางคุงพูดรวดเดียวหมด
"ขอโทษครับ ไม่ทราบว่าเอกสารที่ต้องส่งพรุ่งนี้ต้องแนบรูปถ่ายกี่ใบ?"
ทานากะซังอาจจะผงะและคิดว่าไ้อ้ตี๋ล่ำนี่แง่ง aggressive ชะมัด
 
 
3. อย่าเงียบ
อันนี้เข้าใจง่ายค่ะ ระหว่างสนทนา อย่าเงียบไปเฉยๆ เพราะเสียมารยาทต่ออีกฝ่าย
แต่สำหรับกะเหรี่ยงอย่างเรา เวลาเราคิดหาศัพท์มาพูดมันก็ต้อง-เงียบ-อยู่แล้วใช่ไหมล่ะคะ
วิธีแก้ไขก็ง่ายๆ ระหว่างเงียบก็สบตาคู่สนทนาบ้าง 
ฝึกพูดคำเหล่านี้ให้ติดปาก
"เอ.....โตะ"(คล้ายๆ เอ...)
หรือ "อะโนวววว"(เอิ่ม... อ่า... คือว่า...)
หรือ "โซ่เดสเนะ..." (นั่นสินะคะ)
 
ตย.เช่น
 
หยาง: เรื่องเอกสารที่ต้องส่งน่ะครับ
ทานากะ: มีอะไรสงสัยหรือคะ?
หยาง: เอ่อ... (สมมติว่ากำลังนึกศัพท์) อ้อ...ไม่ทราบว่าต้องแนบรูปถ่ายกี่ใบครับ?
 
 
4. ส่ง-รับบทสนทนาเหมือนกำลังตีเทนนิส
อย่าพูดฝ่ายเดียว อย่าปิดตายบทสนทนา เพราะนั่นเท่ากับว่า
"ฉันไม่ได้อยากพูดคุยกับคุณ ฉันแค่มาแจ้งข่าวสาร จงฟังฉันพูด!!"
ถ้าไม่เปิดช่องให้คู่สนทนาพูดก็พยายามส่งภาษากายให้เขารู้ว่าอยากฟังความคิดเห็นของเขานะ
 
ตย.ที่ผิด
หยาง: เรื่องการไปดูงานวันพรุ่งนี้น่ะครับ
ทานากะ: ค่ะ
หยาง: ผมคิดว่าอาจจะไปไม่ได้แล้วครับ (เสียงดังฟังชัด)
ทานากะ: ...ค่ะ (ไม่รู้จะพูดว่าอะไร ประมาณว่า "ก็เรื่องของเอ็ง")

ตย.ที่ถูก
หยาง: เรื่องการไปดูงานวันพรุ่งนี้น่ะครับ
ทานากะ: ค่ะ
หยาง: คือว่า... ผมคิดว่าอาจจะไปไม่ได้... (ผ่อนเสียงลงแล้วมองทานากะซังอย่างเว้าวอน ทำนองขอความเห็น)
ทานากะ: เอ๋ ติดธุระด่วนหรือคะ?
หยาง: ครับ ทำยังไงดีครับ...?

สำหรับคนที่เรียนภาษาญี่ปุ่นอยู่ บอกว่าให้ใช้ ですが... หรือพวก ですけど... น่าจะเข้าใจง่ายกว่านิ

 
 
5. คำสุภาพสื่อความหมาย
คนญี่ปุ่นจะมีการใช้ภาษาสุภาพค่ะ ก็เหมือนๆ คนไทยแหละ
กับผู้อาวุโสหรือคนที่ตำแหน่งสูงกว่า หรือกับคนแปลกหน้าจะใช้คำสุภาพ
กับครอบครัว เพื่อนๆ หรือคนสนิท ก็ใช้ภาษาธรรมดา
แต่คนญี่ปุ่นเขาอ่อนไหวกับการใช้ภาษามากกว่าคนไทยนิดนึง....
เช่น 
 
การเรียกชื่อ คนที่สนิทสนมกันม้ากมาก ถึงจะเรียกชื่อตัว นอกนั้นเรียนชื่อสกุล
เช่น ที่ผ่านมา ไซโต้เรียกอุเอดะว่า อุเอดะซัง (นามสกุล)
วันดีคืนดี ไซโต้เรียกอุเอดะว่า ทาเคชิ (ชื่อตัว)
แสดงว่าไซโต้กับอุเอดะจะต้องมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นขึ้นอย่างแน่นอน
ใครอ่านการ์ตูนบ่อยๆ น่าจะนึกออก พอเป็นแฟนกันแล้วมันจะขอให้เรียกชื่อยันเต
 
ที่ผ่านมา อุเอดะคุยกับไซโต้ด้วยคำทั่วไป "เฮ้ หวัดดี" (Ossu!)
แต่แล้ววันหนึ่ง อุเอดะเจอไซโต้ กลับทักว่า "สวัสดี" ด้วยท่าทางเย็นชา
โอ้ว ก๊อด~!! ทั้งสองคนต้องมีเรื่องระหองระแหงไม่ก็เลิกกันแล้วอย่างแน่นอน
 
มีประโยชน์มากสำหรับสกิลเจือกเรื่องชาวบ้าน กร๊าก (เวรละ)
เวลาเจอคนญี่ปุ่นก็อย่าสุ่มสี่สุ่มห้าไปเรียกชื่อตัว หรือ "โย่ว เป็นไงเพื่อน" ใส่เขาล่ะ