EDWARD BUNKER
             the animal factory
 
 
 
หลังจากดองเควสต์นี้ไว้นานมากตั้งแต่สิงหาคมปี 2008
สามปีถัดมาดิฉันก็สอยหนังสือเล่มนี้มาอ่านจนได้
ลุงบ.ขนส่งซางาวะเอามาแขวนไว้หน้าบ้านวันฝนตก... กดกริ่งเรียกสักนิดก็ไม่มี...
 
 
เมื่อสามปีก่อนเคยรีวิวหนังเรื่องหนึ่ง ใช่ค่ะ ชื่อหนังเหมือนหนังสือเล่มนี้เป๊ะ The Animal Factory นำแสดงโดยวิลเลม เดโฟ และ เอ็ดเวิร์ด เฟอร์ลอง ชื่อไทยว่า "ขังลืมโลก" ค่ะ (ไปคุ้ยตามแผงหนังเก่าแผ่นละ 45 บาทหรืออาจถูกกว่านั้นได้ตามอัชฌาศัย)
 
ภาพจากในหนัง ทางซ้ายรอน เดกเกอร์ ทางขวา เอิร์ล โคเพน ค่ะ
 
เนื้อเรื่องย่อ
(สปอยล์นะจ๊ะ แต่ไม่บอกตอนจบหรอก กิ๊วๆ)

รอน เดกเกอร์(เอ็ดเวิร์ด)หนุ่มน้อยหน้าใสหล่อเลิศวัยยี่สิบเอ็ด (ในนิยายอายุ 25) ถูกจับข้อหาค้ายาเสพติดและมียาเสพติดไว้ในครอบครองเป็นกระบุง ศาลตัดสินให้จำคุก แต่เนื่องจากรอนมีประวัติดี เลยลดโทษให้จำคุกสองปีไปก่อน... 
 
ด้วยความที่หนูรอนตัวเล็ก จิ้มลิ้้ม ขาวจั๊วะ แถมยังหน้าเอ๊าะสุดๆ ติดคุกแค่สองปีก็เสียวง่ามก้นจะแย่ แต่โชคเข้าข้างที่รอนไปเจอะลุงซึ่งเป็นนักโทษชั้นดีในคุกชื่อ ลุงเอิร์ล โคเพน(วิลเลม) ลุงเอิร์ลเห็นหนูรอนแล้วก็ห่วงว่าจะกลายเป็นรูสาธารณะในคุกไป ลุงเอิร์ลเลยรับหนูรอนเข้าแก๊งซะ แล้วคอยดูแลปกป้องหนูรอนจากปัญหาและพวกหื่นกาม จนทั้งนักโทษและพัศดีแซววี้ดวิ้วไปตามๆ กันว่าใจดีแบบนี้ หวังอะไรอยู่อ๊ะเปล่า อีหรอบนี้ไม่หวังดีก็หวังฟันแหง แรกๆ ลุงก็เขินม้วนไป.............(แต่หลังๆ ก็เบื่อเลิกแซวกันไปเอง)
 
แต่พอรอนคุยกับลุงตรงๆ ว่าตัวไม่ได้จะเป็นเด็กป๋านะ... ลุงก็บอกรอนว่าไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นเลย ตอนลุงเข้าคุกใหม่ๆ ก็เจอเรื่องแบบนี้เยอะ มีคนจ้องข่มขืน จ้องทำร้าย รอนมีคนช่วยน่ะโชคดีแล้ว ส่วนลุงสมัยนั้นตัวคนเดียว ต้องสู้สุดใจ เดี๋ยวนี้เข้าๆ ออกๆ คุกบ่อยจนชินเหมือนคุกเป็นบ้าน มีเพื่อนๆ แก๊งใหญ่ มีพัศดีเป็นพวก ลุงรู้ว่าหนูรู้สึกยังไง ลุงช่วยได้ก็เลยอยากช่วย แถมสมาชิกในแก๊งก็ดีกับหนูรอนเหมือนกัน หนูรอนเลย-เลยตามเลย
 
ลุงก็ยอมรับนะคะว่า ถ้าหนูรอนขี้ริ้วขี้เหร่ ลุงคงไม่ช่วย และลุงก็รู้สึกกับหนูรอนต่างจากที่รู้สึกกับเพื่อนคนอื่นๆ แต่หนูรอนไม่ต้องกลัวว่าลุงจะปล้ำ ถ้าลุงจะปล้ำอ่ะนะ... ลุงทำไปนานแล้วววววว หนูรอนยอมจำนนกับคำอธิบายอันแสนชัดเจนของลุงไปตามระเบียบ
 
ลุงบอกว่าหนูรอนยังไม่เป็นแบบลุง ที่ไม่สามารถใช้ชีวิตนอกคุกอย่างคนธรรมดาได้อีกแล้ว รอนยังกลับตัวทัน ภายในสองปีนี้ให้หนูรอนทำตัวเป็นนักโทษชั้นดี ทำงาน เรียน อย่าก่อเรื่อง จะได้ไม่ต้องติดคุกเพิ่ม หรือ เพื่อจะได้รับอภัยโทษไวๆ ส่วนหนูรอนก็สัญญากับลุงว่า ถ้าออกจากคุกไปได้ทั้งสองคน หนูรอนก็จะช่วยลุงบ้าง เพราะลุงอยู่ในคุกมานาน เข้าๆ ออกๆ จนไม่รู้แล้วว่าจะใช้ชีวิตอยู่ข้างนอกนั่นได้ยังไง
 
เอิร์ลแนะนำให้รอนยื่นอุทธรณ์ แล้วเอาผลงานที่ทำกิจกรรมรวมไปถึงความประพฤติระหว่างติดคุกให้ศาลพิจารณาอีกที เผื่อได้ออกจากคุกไวขึ้น
 
แต่คุกก็คือคุก จะหวังให้หนูรอนอยู่ในคุกอย่างอินโนเซนส์สุดฤทธิ์ก็คงเป็นไปไม่ได้ หนูรอนเริ่มซึมซับความโหดร้ายป่าเถื่อนของสภาพแวดล้อมทีละเล็กทีละน้อย  จนกระทั่งก่อนขึ้นศาลก็เกิดเรื่อง ที่ทำให้ประวัติของรอนเสียหาย หมดหวังที่จะได้กลับไปสู่อิสระภาพก่อนเวลา ลุงเอิร์ลจึงวางแผนเพื่อช่วยให้หนูรอนออกไปจากคุกให้ได้
 
ผลจะเป็นเช่นไร ติดตามเอาในหนังหรือหนังสือนิยายละกัน
 
 
 
 
 
 
 
เมื่อสามปีก่อนที่เราเพิ่งดูหนังจบ ดิฉันกรี๊ด เอิร์ล โคเพนมาก
พอมาอ่านนิยาย โถ... กรี๊ดหนักกว่าเดิมค่ะ
ทำไมลุงกระชากใจหนูแบบนี้คะ!!
 
 
 
 
 
 
อ่านเนื้อเรื่องแล้วอาจจะคิดว่า นี่มันสวรรค์ของสาวชอบจิ้นวายชะมัดเลยนี่หว่า อะไรมันจะบังเอิญ โชะ โชะ โชะ! ขนาดนี้ หนูรอนโชคดีซะไม่มี ตอนดูหนังก็แอบคิดอะไรแบบนี้อยู่เหมือนกัน เคยอ่านคำวิจารณ์เกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ด้วยว่า เลิฟสตอรี่พรรค์นี้มันอาจจะเกิดขึ้นในคุกได้แต่ความน่าจะเป็นน้อยเท่าหอยมด
 
แต่พอมาอ่านนิยายเข้าจริงๆ มันมีดีเทลมากกว่า มีการบรรยายถึงความรู้สึกและความคิดของตัวละครมากกว่า เลยได้รับเนื้อหาละเอียดกว่าดูหนัง(ซึ่งมีเวลาจำกัด) ความสัมพันธ์และเรื่องราวมันค่อยเป็นค่อยไปนะ กว่าลุงจะรับหนูรอนเข้าแก๊งก็ผ่านไปเกือบครึ่งเล่มแล้วค่ะ ในหนังสลับช่วงเวลาไปบ้างทำให้รู้สึกเหมือนลุงรับเลี้ยงหนูรอนไวเหลือเกิน แต่ความที่ว่าลุงรักเด็กก็ไม่ผิดไปจากกันทั้งสองเวอร์ชั่นค่ะ ลุงรักเด็กแน่ๆ ยิ่งกว่าแช่แป้ง และที่สำคัญ ในนิยายไม่ต้องจิ้นค่ะ ลุงเอิร์ลชัดเจนในตัวเองจนดิฉันแทบสำลัก
 
ไม่ต้องสงสัยเลยค่ะว่าหนูรอนต้องรักลุงเอิร์ลมากเช่นกัน ไม่ได้รักแบบนั้น แต่รักเหมือนพี่ชาย เหมือนพ่อ ตอนแรกอยู่เรือนนอนคนละปีก เวลาลุงกับเพื่อนๆ กลับห้องขัง หนูรอนก็รู้สึกแย่ที่ต้องอยู่คนเดียว ถ้าไม่มีลุง รอนคงไม่มีทางรอดอย่างแน่นอน แล้วแบบ... ลุงไม่ต้องการอะไรตอบแทนเลย ไม่ขอ ไม่ข่มขู่ ไม่ต่อรอง no blow job, no dry humping ไม่ต้องพูดถึงอะไรที่มากกว่านั้น ไม่เอาอะไรทั้งสิ้น เหยดดดด ดีเวอร์แม็ก หลังๆ หนูรอนยังคิดเองขำๆ ว่า ถ้าอยู่ในคุกแล้วโดนเอา คนที่จะยอมให้เอาคือเอิร์ล โคเพน
 
ชัดเจนกันไปทั้งสองฝ่าย
 
มีฉากลุงเอิร์ลโดนแซวเรื่องหนูรอนบ่อยมาก เกิดจราจลคนตายเกลื่อน ลุงยังมีอารมณ์ขบคิดว่า "รอนน่ารัก" ได้ เดี๋ยว... ลุงเอิร์ลคะ.... ลุงคนแต่งด้วย... ลุงเอ็ดเวิร์ดคะ.... แถวบ้านหนูเรียก สภาวะลู่เข้านิยายเกย์ นะคะแบบนี้
 
เชื่อว่าลุงเอ็ดเวิร์ด(เสียชีวิตแล้ว)แต่งเรื่องนี้จากประสบการณ์ของตัวเองส่วนหนึ่ง เพราะลุงก็เคยเข้าคุกสมัยเอ๊าะๆ เลยล่ะค่ะ แถมลุงยังเข้าๆ ออกๆ หลา่ยหน หนังสือของลุงทุกเล่มเรียกได้ว่าเป็นหนังสือนิยายอาชญากรรมที่เขียนโดยอาชญากรเลยทีเดียว ประสบการณ์ตรง อยากรู้เหลือเกินว่าลุงเขียนโดยมีต้นแบบของเอิร์ล โคเพนตัวจริงมั้ยน้า... ลุงเอ็ดเวิร์ดรับบทในหนังด้วยนะคะ แต่ออกแป๊บเดียว
 
 
 
 
หนังสือเล่มนี้ให้ข้อคิดอะไรหลายๆ อย่างค่ะ ไม่ใช่แค่เรื่องลุงรักเด็กนะคะ...
ข้อคิดเหล่านี้ก็ไม่ได้มีเขียนเด่นหราในเรื่อง แต่เป็นสิ่งที่เราอ่านแล้วเก็บเกี่ยวมาเอง
 
อย่างแรกเลยคือ เมื่อคนๆ หนึ่งเข้าคุก หรือเข้าไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการทำดี... คนๆ นั้นก็มีสิทธิ์ไหลตามกระแสไปได้ง่ายๆ ค่ะ อย่างเช่นหนูรอนเป็นตัวอย่าง จากคนที่ไม่เคยทำร้ายใคร กลับมีความคิดที่จะฆ่าคนขึ้นมาได้ ถ้าเราไม่อยากเป็นแบบนั้น ไม่อยากถูกเปลี่ยนจากคน เป็นสัตว์ หรือเป็นอะไรที่เลวร้ายกว่าที่เราเป็นอยู่ อย่าเข้าใกล้อบายมุขค่ะ
 
อย่างที่สอง คนที่ติดคุกแล้ว มักจะหวนกลับมาติดคุกอีก ไม่ใช่ชอบ แต่ข้างนอกนั่นไม่มีที่ว่างสำหรับพวกเขา คนบางคนอาจจะอยากกลับตัวกลับใจ แต่ไปไหนก็มีแต่คนรังเกียจ ไม่มีงานทำ สุดท้ายก็จนตรอก กลับเข้าคุกมาอีก โดยที่บางคน พื้นฐานจิตใจไม่ได้เลวร้าย ถ้าเขามีโอกาสมากกว่านี้ เขาอาจจะไม่เดินบนเส้นทางที่ผิดกฎหมายก็ได้
 
อย่างที่สาม ก่อนที่หนูรอนจะถูกตัดสินจำคุก ทนายความอ้างว่า หนูรอนมาจากตระกูลดี มีการศึกษา และยังมีอนาคต ขอให้ศาลพิจารณา อย่าให้หนูรอนต้องไปเข้าคุกเลย เพราะหนูรอนยังสามารถทำคุณประโยชน์อื่นๆ ได้อีกมาก แต่.... ศาลมีความเห็นว่า เพราะหนูรอนมาจากตระกูลดี ประวัติดี และมีโอกาสมากกว่าคนอื่นๆ นี่แหละ หนูรอนจึงสมควรรับโทษ ทั้งๆ ที่มีโอกาสมากกว่าคนอื่นในเรื่องที่จะหางานดีๆ ทำ ทำไมถึงมาขายยาเสพติด รู้ทั้งรู้ว่ามันผิดกฎหมาย ก็ยังขาย ไม่มีจิตสำนึก ไม่มีความคิด ติดคุกให้สาสมไปนั่นแหละ
 
แหม... อยากให้ประเทศไทยมีค่านิยมแบบนี้บ้างจัง
 
อนึ่ง คนที่ไม่มีโอกาส คนจน คนพิการ หลายๆ คนเค้ายังทำมาหากินอย่างสุจริต ไต่เต้า มีความสุขในชีวิตได้ ทำไมพวกเราทุกคนจะทำไม่ได้คะ
 
 
 
 
อย่างที่สี่ สำนึก
หนูรอนให้การกับศาลว่า ยิ่งขังเขาไว้ในคุกมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้เขาเลวร้ายขึ้นเท่านั้น ไม่ได้ช่วยยกระดับจิตใจอะไรเลย ยิ่งอยู่ ศีลธรรมยิ่งหดหาย ดังนั้น ศาลควรพิจารณาอภั