OZ: Criminal Minds Behind Bars

posted on 12 Dec 2011 18:54 by verellie in Movie
 
 
 
หากพูดถึงซีรีส์ที่เกี่ยวกับคุก เรื่องที่ทุกคนน่าจะคิดถึงเป็นเรื่องแรกคือ Prison Break เรายอมรับนะคะว่า Prison Break สนุก แต่ถ้าถามว่าสนุกในแบบหนังคุกหรือไม่ คำตอบคือ"ไม่" สำหรับเราแล้ว Prison Break เป็นหนังคุกแค่ 50% เท่านั้นค่ะ เพราะประเด็นหลักๆ คือการหนีออกจากคุก จะถูกจับได้หรือไม่ จะต้องเอาใครเข้าร่วมทีมบ้าง จะหนีออกไปทางไหน พล็อตของ Prison Break ไม่ใช่การใช้ชีวิตอยู่ในคุก
 
OZ เป็นหนังคุกที่เปี่ยมไปด้วยรสชาติความเป็นคุกอย่างเต็มเปี่ยม มีทั้งหมด 6 ซีซั่น ซีรีส์นี้เก่ามากแล้วค่ะ ประมาณเกือบสิบปีได้ ขอบอกว่า"มันส์"มากค่ะ เต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม รุนแรง ร้อนแรง ทรยศหักหลัง และหักมุมตลอดเวลา คนละอารมณ์กับ Prison Break เลยค่ะ
 
เรื่องราวทุกฉากทุกตอนเกิดขึ้นภายในเรือนจำออสวอลด์ ที่เหล่านักโทษเรียกสั้นๆ ว่า "OZ"
 
 
ภายใน OZ แบ่งออกเป็นยูนิตต่างๆ โดยมียูนิตหนึ่งที่แยกออกมาจากส่วนของเรือนจำปกติ เรียกยูนิตนี้ว่า Emerald City หรือ Em City บริหารโดยทิม แมคแมนัส
 
แมคแมนัสจะเลือกนักโทษส่วนหนึ่ง (ส่วนใหญ่เป็นนักโทษชั้นดี) มาอยู่ในเอ็มซิตี้ เอ็มซิตี้มีสภาพแวดล้อมดีกว่าส่วนอื่นๆ ของเรือนจำ มีการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด ให้อิสระนักโทษมากกว่า ห้องขังเรือนกระจก แม้ไม่มิดชิดแต่ก็เป็นส่วนตัวมากกว่ากรงขัง แมคแมนัสสร้างเอ็มซิตี้ขึ้นเพื่อจะยกระดับความเป็นอยู่ของนักโทษให้ดีกว่าเดิม ด้วยเขาหวังว่า หากนักโทษมีสภาพชีวิตที่ดี ได้รับการศึกษา ได้ฝึกฝนทำงาน นักโทษจะมีความประพฤติดีขึ้น เมื่อพวกเขาออกจากคุก จะได้ไปใช้ชีวิตปกติ เป็นพลเมืองดีของสังคม
 
เพื่อให้คุกไม่ได้เป็นแค่กรงขัง แต่เป็น สถานดัดสันดาน บำบัด ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนักโทษอย่างแท้จริง
 
 
 
 
ประชากรในเรือนจำแบ่งออกเป็นหลายกลุ่ม ส่วนใหญ่ก็แบ่งตามเชื้อชาติ กลุ่มที่มีอำนาจมากก็จะเป็น พวกนาซีผิวขาวนำโดยเวิร์น ชิลิงเกอร์, พวกอเมริกันผิวดำ, มุสลิมผิวดำนำโดยคารีม ซาอีด, พวกมาเฟียอิตาเลียน และพวกชิคาโน่ แต่ละกลุ่มต่างก็หาเรื่องกระทบกระทั่งฆ่าแกงกันอยู่ตลอดเวลา ศพแล้วศพเล่า บอกได้เลยค่ะว่า มีฉากนองเลือดกับฉากผู้ชายแก้ผ้าเยอะจนชินชาไปเลยทีเดียว เอาเลย จะเฉาะจะแล่จะเผาจะโป๊จะโชว์จ้อนก็เอาเลย.... -_-"
 
 
 
พวกนาซีต่อต้านยาเสพติด แต่มักก่อความรุนแรง ฆาตกรรม และล่วงละเมิดทางเพศ
พวกผิวดำก่อความรุนแรง และค้ายาเสพติด
พวกมาเฟียอิตาเลียนหรือ ซิสิเลียน ค้ายาเสพติด เป็นไม้เบื่อไม้เมากับนิโกร
พวกชิคาโน่หรือละตินอเมริกัน ส่วนใหญ่แล้วจะญาติดีกับอิตาเลียน มีผลประโยชน์ร่วมกันในการค้าเฮโรอีน
มีแต่พวกมุสลิมกับตัวประกอบซะล่ะมั้งที่ไม่ค่อยก่อปัญหา
แต่มุสลิมก็มีอำนาจมากพอควรเนื่องจากผู้นำคารีม ซาอีดมีความสามารถในการต่อรองและการใช้สื่อมวลชน
 
นอกนั้นก็มีตัวละครที่ไม่เข้ากับฝ่ายใดทั่วๆ ไปค่ะ
 
 
 
ภายใต้การดูแลของสตาฟ ทั้งพัศดีเกลน ผู้จัดการยูนิตแมคแมนัส หลวงพ่อมุคาดะ ซิสเตอร์แมรี่นักจิตวิทยา และคุณหมอกลอเรีย พวกเขาพยายามที่จะควบคุมปัญหาความรุนแรง ยาเสพติด และฆาตกรรมภายในเรือนจำ รวมไปถึงความเป็นอยู่และสุขภาพพลานามัยของนักโทษ ทั้งยังพยายามพูดคุยกับนักโทษ หาสาเหตุและความบกพร่องทางจิตใจที่ทำให้พวกเขาก่อคดี เพื่อแก้ไขปัญหาจากต้นตอ เพื่อบำบัด
 
แต่ความพยายามของพวกเขาไม่ราบรื่นอย่างที่คิด
 
นอกจากพฤติกรรมของนักโทษที่ยากจะคาดเดา สภาพแวดล้อมที่บีบคั้น และเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวที่หลอมมาจาก Criminal Minds แท้ๆ จะทำเอาเหล่าเจ้าหน้าที่ปวดหัวไปตามๆ กันแล้ว ยังมีปัญหาทางการมุ้งการเมือง คอรัปชั่น งบประมาณ และปัญหาเจ้าหน้าที่ใช้อำนาจในทางที่ผิดอีกด้วย
 
 
หนังเรื่องนี้สะท้อนให้เราเห็นว่า บางครั้ง ความผิดพลาดมันก็ไม่ได้มาจากตัวคน (นักโทษ) เพียงอย่างเดียว แต่มันอาจจะเน่าเฟะมาตั้งแต่ระบบ ผิดพลาดด้วยความเห็นแก่ตัวและความเพิกเฉยละเลยของเจ้าหน้าที่และรัฐบาล เช่น ลดทอนงบประมาณด้านการแพทย์ การตัดสิทธิขั้นพื้นฐานของนักโทษ การที่มีผู้คุมนักโทษไม่เพียงพอและผู้คุมนักโทษไม่ได้รับการฝึกอบรม
 
แต่นี่ก็ทำให้เกิดคำถามว่า เราต้องดูแลนักโทษแค่ไหนถึงจะพอดี พวกเขามีประโยชน์มากขนาดนั้นเลยหรือ? โจร ฆาตกร ผู้ร้ายข่มขืน ผู้ก่อการร้าย ทำไมเราไม่ฆ่าพวกเขาทิ้งเสีย เพราะอยู่ไปก็เป็นอันตรายต่อสังคม ประหยัดงบดีด้วย
 
 
 
แมคแมนัสตอบคำถามนั้นให้เราส่วนหนึ่ง
 
แมคแมนัสพยายามคิดโปรเจ็คต์ต่างๆ เช่น แข่งกีฬา เรียนหนังสือ ห้องสมุด การฝึกสุนัข การร้องเพลง และผลักดันให้นักโทษเข้าร่วมกิจกรรม เผื่อว่าความพยายามของเขาจะเปลี่ยนนักโทษให้กลายเป็นคนดี แมคแมนัสและสตาฟทุกคนต่างก็หวังว่า พวกเขาจะมีโอกาสได้ให้โอกาสใครสักคนที่เคยพลาดพลั้ง แล้วส่งใครคนนั้นกลับไปยืนในสังคมอีกครั้ง
 
แต่เราทุกคนก็คงจะอดสงสัยไม่ได้อยู่ดีว่า มีโอกาสเป็นไปได้จริงๆ หรือที่นักโทษจะกลับเนื้อกลับตัว ออกไปใช้ชีวิตสร้างประโยชน์ให้สังคม
 
 
 
 
OZ ไม่ได้ดำเนินเรื่องโดยโฟกัสอยู่ที่ตัวละครตัวใดตัวหนึ่ง แต่เล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายในเรือนจำ ตัวละครแต่ละตัวต่างก็มี Story Line ของตัวเอง โดยที่ส่วนใหญ่แล้วมักจะจบลงด้วยความตาย เมื่อตัวละครตัวหนึ่งตาย ก็มีตัวละครตัวใหม่เข้ามาแทนที่ เวลาตัวละครเข้าฉาก สตอรี่ไลน์ของใครก็โฟกัสที่คนนั้น ตัวละครเด่นอื่นๆ ทำกิจกรรมโน่นนี่ประกอบฉาก น่ารักดีค่ะ รู้สึกว่าทุกคนอาศัยอยู่ในที่แห่งนั้นจริงๆ
 
เราชอบหนังเรื่องนี้ที่เราจะได้ดูความเปลี่ยนแปลงของแต่ละคน บางคนที่เราเอาใจช่วย อยากให้เขารอดปลอดภัย อยากให้เขาพัฒนา อยากให้เขาพ้นโทษ ส่วนบางคนก็เห็นได้ชัดว่าเกินเยียวยา
 
แต่ไม่มีอะไรที่เชื่อถือได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ บางครั้งคนที่เราเห็นว่ากำลังพัฒนาไปในทางที่ดี จู่ๆ ก็จมดิ่งไปอยู่ในโคลนตมได้อย่างไม่น่าเชื่อ ดูแล้วยอมรับว่าอินค่ะ ฮ่าๆ ตัวละครบางตัวที่รังเกียจซะจนอยากจะเข้าไปฆ่าเองกับมือ
 
 
 
SPOILER ALERT (ไม่ได้สปอยล์เสียหมดค่ะ แต่ถ้าไม่อยากอ่านก็เลื่อนลงไปจนเจอตัวแดงอีกรอบนะ)
 
 
 
เราดูหนังเรื่องนี้ เราชอบ Story Line ของตัวละครสามตัวค่ะ
 
เริ่มจากอันดับสาม มิกูเอล อัลวาเรส หนุ่มชิคาโน่
 
 
มิกูเอลตอนที่เพิ่งเข้าคุกมาใหม่ๆ เป็นคนหนุ่มเลือดร้อน ไม่เอาอ่าว ไม่มีความคิด ทั้งพ่อและปู่ของเขาก็ติดคุกอยู่ที่ OZ เหมือนกัน เรียกว่าคุกทั้งครอบครัวเลยทีเดียว ทีแรกมิกูเอลต้องพยายามเอาชีวิตรอดด้วยการหาพวกพ้อง ต้องการเป็นที่ยอมรับ ต้องการอำนาจ แต่เมื่ออาศัยอยู่ในคุกนานเข้า มิกูเอลก็ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปทีละน้อยค่ะ
 
มิกูเอลเป็นตัวละครที่เราคาดหวังกับการเปลี่ยนแปลงของเขามากที่สุดก็ว่าได้ เพราะจริงๆ แล้วมิกูเอลไม่ได้มีพื้นฐานเป็นคนโหดร้าย เขาแค่ไม่มีโอกาส และไม่ได้รับการชี้นำอย่างถูกต้องเท่านั้น ด้วยความช่วยเหลือของหลวงพ่อมุคาดะและซิสเตอร์แมรี่ มิกูเอลก็ค่อยๆ เติบโตขึ้นภายในออสนี่เอง
 
 
 
อันดับสอง ไรอัน โอไรลี่ หนุ่มไอริส แนวหล่อร้าย กับน้องชาย ซีรีล โอไรลี
 
 
 
 
ไรอันเป็นพวกไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดค่ะ เห็นหล่อน่ารักขนาดนี้ เชื่อหรือไม่ว่าไรอันอยู่รอดปลอดภัย ไม่เคยโดนข่มขืนแม้แต่ครั้งเดียว เพราะไรอันฉลาดเป็นกรด สุขุม ช่างวางแผน เขาไม่มีพวกพ้อง ไม่มีกลุ่ม อาศัยเป็นนกสองหัวสามหัวสี่หัวไปเรื่อย ไม่ว่าทำความผิดอะไร ไรอันจะวางแผนไม่ให้มือตัวเองต้องแปดเปื้อนทุกครั้ง ในความคิดเรา ไรอันฉลาดที่สุดในเรื่องแล้วค่ะ โดยเฉพาะ... ฉลาดพูดยุแยงตะแคงรั่วเป็นที่หนึ่ง...
 
 
 
 
ไรอันมีน้องชายชื่อ ซีรีลค่ะ ซีรีลเคยประสบเหตุร้าย ทำให้หัวสมองพิการ ซีรีลมีความคิดเหมือนเด็กห้าขวบ ไอคิวต่ำมาก ซื่อๆ เซ่อๆ แต่ซีรีลมีพรสวรรค์ด้านการต่อยมวยและหมัดหนัก ใครมารังแกตัวเองหรือรังแกพี่ชาย ซีรีลจะอาละวาดเละเทะ...
 
ทั้งเหตุการณ์ที่ทำให้ซีรีลพิการทางสมองและเหตุที่ทำให้ซีรีลต้องติดคุก ล้วนแล้วแต่มาจากความผิดของไรอันทั้งสิ้น ตอนแรกเราก็นึกว่าไรอันหาประโยชน์จากน้องและไม่ได้รักน้อง แต่จริงๆ แล้วไรอันรักน้องมากค่ะ พอซีรีลเข้าคุกมา ไรอันก็ปกป้องดูแลน้องตลอด ซีรีลชอบเล่นเป็นเด็กๆ ไรอันก็คอยเป็นเพื่อนเล่นกับน้อง
 
 
 
 
ที่เราชอบไลน์ของไรอัน เพราะเราชอบซีรีลมาก น่ารักมากๆ... แกซื่อและเป็นเด็กดีค่ะ การที่ซีรีลเข้ามาอยู่ในเอ็มซิตี้ด้วย ทำให้ไรอันเปลี่ยนไป จากตอนแรกก็แค่สร้างปัญหา เอาตัวรอดไปเรื่อยๆ ไรอันเริ่มแสดงให้เห็นว่าในใจเขายังคงหลงเหลือควา่มห่วงใยและสายใยของครอบครัว นอกจากนั้นเขายังมีความรัก ความรักที่มีต่อผู้หญิงคนหนึ่งและความรักที่มีต่อซีรีล ทำให้ไรอันเริ่มมองเห็นถึงจุดประสงค์ในการมีชีวิตอยู่ ทำให้เขารู้ว่าจริงๆ แล้วในชีวิตนี้ตัวเองต้องการอะไรกันแน่
 
ดูไป 56 ตอน ไลน์ของไรอันเป็นไลน์เดียวที่เราร้องไห้ค่ะ แต่ไม่ได้ร้องเพราะไรอัน เราร้องไห้เพราะซีรีล
 
 
 
 
อันดับหนึ่ง สามเศร้า
 
โทไบแอส บีชเชอร์ - คริสต์ เคลเลอร์ - เวิร์ฺน ชิลิงเกอร์
 
จะจัดว่าโทไบแอสเป็นตัวละครสำคัญอันดับหนึ่งของซีรีส์นี้ก็ว่าได้ค่ะ เพราะเรื่องของโทไบแอสหรือ โทบี้ ลากยา่วตั้งแต่ต้นยันจบเลยทีเดียว รักโทบี้มาก ดิชั้นรักโทบี้มากๆ ค่ะ ถึงขั้นประกาศว่า ใครที่รังแกโทบี้ของดิชั้น ดิชั้นขอแช่งให้มันตายในตอนถัดไป!!! (ด้วยความอิน...)
 
 
โทไบแอสเข้าคุกด้วยข้อหาเมาแล้วขับและชนคนตาย เดิมทีเขาเป็นนักกฎหมาย มาจากตระกูลร่ำรวย เข้าคุกมาแบบเด๋อๆ ด๋าๆ และนั่นก็ทำให้เขาตกเป็นเหยื่อของ เวิร์น ชิลิงเกอร์ หัวหน้ากลุ่มนาซี เวิร์นข่มขืนโทไบแอสแถมยังประทับตราสวัสดิกะไว้บนบั้นท้ายของโทไบแอสอีกต่างหาก
 
โทไบแอสทนรับชะตากรรมเป็นของเล่นให้เวิร์นได้ไม่นานก็สติแตก(+คลั่งยา...) เขาทำให้เวิร์นตาเกือบบอด แล้วก็กลายร่างเป็นดาร์กโทบี้ไป... (ประสาทแดรกไปเลย แต่ดิชั้นภูมิใจในตัวโทบี้...)
 
 
 
 
หลังจากสติหลุดไปช่วงหนึ่ง โทไบแอสก็พยายามดึงตัวเองออกมาจากเฮโรอีนและยาเสพติดทั้งปวง เขาพยายามยืนด้วยลำแข้งของตัวเอง ปกป้องตัวเองจากเวิร์นและพวกนาซีที่ตามล้างแค้น แต่เขากลับพ่ายแพ้แก่ฝันร้าย ฝันถึงเด็กผู้หญิงที่ต้องตายเพราะเขาเมาแล้วขับ
 
หลังจากนั้นไม่นาน รูมเมทคนใหม่ก็ก้าวเข้ามา คริส เคลเลอร์ เป็นหนุ่มตาหวาน เสน่ห์แรง คอยเอาใจใส่และให้กำลังใจโทไบแอสตลอด คริสพยายามหาทางช่วยลบรอยสวัสดิกะ คอยปลอบตอนที่โทบี้ฝันร้าย จนกระทั่งทั้งคู่เริ่มมีความรู้สึกดีๆ ต่อกันค่ะ
 
 
 
 
แท้จริงแล้ว เคลเลอร์เป็นพวกเดียวกับเวิร์น เข้ามาตีสนิทกับโทไบแอสเพื่อล้างแค้น โดยที่เคลเลอร์นั้นเป็นตัวอันตรายยิ่งกว่าเวิร์นเสียอีก เมื่อโทบี้รู้ความจริง แน่นอนว่ารักมากก็ต้องแค้นมาก แค้นทั้งเวิร์น ทั้งเคลเลอร์
 
ทว่า คนที่ต้องเสียวสันหลังดูท่าจะไม่ใช่โทไบแอสเพียงคนเดียวเสียแล้ว เพราะเคลเลอร์ดันหลงรักโทบี้ขึ้นมาจริงๆ เพื่อให้โทบี้รักตอบ เคลเลอร์ก็ยอมทำทุกอย่าง ไม่เว้นแม้แต่การหันคมมีดหาเพื่อนเก่าอย่างเวิร์น
 
 
 
 
เรื่องของสามคนนี่ทำเอาลุ้นจริงๆ ค่ะ ลุ้นตัวโก่ง โทไบแอสนั้นปกติจะเป็นคนจริงจัง ตรงไปตรงมา แต่ถ้าโกรธขึ้นมา... โทบี้เวอร์ชั่นดาร์กก็จะกลับมาอีกครั้ง ตาโล้นเวิร์นนี่เลว+เสแสร้งยังไงก็อย่างงั้น ไม่เคยหวังว่าเวิร์นจะเป็นคนดี... ส่วนเคลเลอร์ เคลเลอร์เป็นคนที่เดายาก เดาทางไม่ถูก แถมเหี้ยม ใจเด็ดสุดๆ ค่ะ -_-" คือดิชั้นกลัวมากว่าโทบี้จะตายคามืออีตานี่... ดิชั้นเกลียดเวิร์นเหมือนกิ้งกือไส้เดือนเพราะตาลุงนี่ชอบข่มขืนชาวบ้าน แต่กับเคลเลอร์นี่... เกลียดมากกว่าเวิร์นอีกนะคะ กลัวด้วย แต่บางอารมณ์ก็เกลียดไม่ลงเพราะเห็นแก่โทบี้ ดูไปลุ้นไป ขอแค่เคลเลอร์อย่ารังแกโทบี้ของชั้นนะ... แค่นั้นพอ...
 
สตอรี่ไลน์ของโทไบแอส เป็นไลน์ที่เซ็กซี่ ร้อนแรง และอันตรายมากที่สุดค่ะ ลากยาว 6 ซีซั่น เป็นไลน์ที่เต็มไปด้วยการทรยศหักหลัง ความหึงหวง ริษยา และความสูญเสีย สูญเสียมากกว่าไลน์สงครามระหว่างแก๊งหรือเรื่องยาเสพติดบลาๆๆ เสียอีก
 
โทบี้เป็นคนที่เข้มแข็ง เอาตัวรอดได้ จากที่ตอนแรกโดนข่มเหงรังแก เขาสามารถปลดแอกตัวเอง ยืนหยัดขึ้นมาได้โดยไม่มีใครช่วย เขาสามารถอยู่ในคุกได้โดยที่ไม่ต้องเข้ากลุ่ม ไม่มีพวกพ้อง แต่ก็ปกป้องตัวเองได้ จากที่เึคยเป็นของเล่นของเวิร์นกลับกลายเป็นเป็นคู่แค้นตลอดกาลของเวิร์น ชิลิงเกอร์ได้ในที่สุด แสดงให้เห็นว่าลำพังแค่อำนาจของเวิร์นที่จะข่มเหงเขา ไม่สามารถทำให้โทบี้หวาดกลัวได้้อีกต่อไป ความรักที่มีต่อคริส เคลเลอร์เสียอีก ที่คอยทำร้่ายโทบี้และฉุดให้เขาล้มลงตลอดเวลา
 
......
......
 
จริงๆ แล้ว ดิชั้นแอบขำเวิร์นเกือบทุกฉาก คือเกลียดตาลุงนี่มาก แต่ก็ขำ.... พอมีเคลเลอร์ออกมา เวิร์นดูโหดน้อยลงอย่างไรไม่ทราบ บางทีเวิร์นก็ดูเป็นลุงขี้โมโหธรรมดาๆ...
 
 
 
หมดช่วงสปอยล์จ้า
 
 
 
หนังคุกส่วนใหญ่ ไม่หนีออกจากคุก ก็ออกแนว Prison Fight ต่่อยตีแล้วก็พนันกันอยู่ในคุก แต่ OZ มีอะไรมากกว่านั้น หนังเรื่องนี้มีปรัชญา-ข้อคิดสอดแทรก คอยให้เราฉุกคิดอยู่เสมอ อย่างแรกเลยที่ดูแล้วต้องจำใส่ใจ คือ อาชญากรมีอยู่ทุกที่และอาชญากรรมนั้นก็ก่อได้ง่ายเหลือเกิน แม้ว่าเรื่องราวในหนังจะเป็นเพียงนิยาย อาจจะรุนแรงและโอเวอร์เกินจริงไปบ้าง แต่เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า คนที่ฆ่าคนอย่างไม่อินังขังขอบแบบนี้ไม่มีอยู่จริง อะไรคือสาเหตุ อะไรคือหนทางที่เราจะสามารถหลีกเลี่ยงจากมัน หลีกเลี่ยงจากคนเลวและการทำความเลวเสียเอง
 
นอกจากความโหดร้ายแล้ว OZ ยังนำเสนอเรื่องราวของมิตรภาพและความรัก นอกจากเอาคนเลวมาขังรวมกันให้ล่มจมไปตามๆ กัน OZ นำเสนอความเปลี่ยนแปลงของนักโทษ ทั้งคนที่พัฒนาในด้านดี และคนที่รังแต่จะจมลงไปเรื่อยๆ ภายใน OZ ไม่มีผู้บริสุทธิ์ นักโทษทุกคนในเรื่องล้วนแล้วแต่มีบาปติดตัว ไม่มีใครทำผิดโดยไม่ได้รับโทษ ตลอด 6 ซีซั่น ทุกคนทยอยชดใช้กรรมในแบบต่างๆ กันไป
 
 
 
 
เราชอบหนังคุกนะคะ เราชอบดูว่าใครจะเหลือรอดในตอนสุดท้าย คนที่เข้มแข็ง ควบคุมสติ ฉลาดสุขุม เช่นไรอัน โอไรลี มักจะมีชีวิตรอดได้ยาวนานกว่าคนอื่น (โทบี้ก็อยู่นาน แต่แอบง่าว... ;_; ) คนที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ หูเบา งี่เง่า จะค่อยๆ ถูกกำจัดไป และเราก็ชอบดูคนที่ทำร้ายคนอื่นค่อยๆ ถูกกรรมตามสนอง ค่อยๆ ถูกลงโทษไปทีละคน ทีละคน โดยเฉพาะไอ้พวกข่มขืนนี่น่ะ สมควรตายมากๆ และไม่ใช่เฉพาะนักโทษ แต่รวมไปถึงพัศดีและเจ้าหน้าที่ที่ไม่ปฏิบัติหน้าที่อย่างถูกต้องเป็นธรรม คนเหล่านี้ก็ควรจะได้รับการเตือนสติเช่นกัน
 
OZ ไม่ลืม ไม่ปล่อยให้ใครรอด คนที่ทำผิดย่อมได้รับผลกรรม ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
 
 
 
 
 
ดูจบแล้วเหงาอ่ะ  ;_; โทบรี้~~~
 

Comment

Comment:

Tweet

มีใครคนใหน ที่อยากมีรายได้เสริม งานที่วัยรุ่น ทั่วประเทศไทยเค้าทำกัน ทำอยู่ที่บ้านได้ ( รับ18ปี+) รายได้ 2000-5000บาทต่อสัปดาห์ ไม่มีการแท็กเฟสบุคแน่นอนครับก สนใจติดต่อได้  http://beside-group.com/id.php?id=7494

#5 By Art ADM on 2013-09-11 01:59

เข้าอินเตอร์เนตไม่ได้มานานปีแสง แง๊ จะกลับไทยยย

พอเข้าได้ไล่อ่านรีวิวทุกอันเลยค่ะ แล้วก็คิดว่า ทำไม๊ ทำไม ได้ตามล่าหาอ่านหาดูอีกแน่ๆ
ชอบสไตล์การเล่าเรื่อง กับสปอยล์ค่ะ คือมันลุ้นมาก พอสุดท้ายตัดจบด้วยการไปหาดูเองดีกว่าเนอะ มันคาใจมาก โอยยย

แต่กับเรื่องนี้ ถ้าไม่ใช่อยากดูเพราะที่เขียนสปอยล์หนุ่มๆ นี่ อาจไม่ดูอ่ะค่ะ เอ๊ยยย มันโหด ไม่คิดว่าตัวเองจะใจแข็งพอมั้ย อ่อ รีวิวเรื่องฟิชก็อยากอ่าน แต่อ่านแล้วก็กลัวตัวเองใจแข็งไม่พอ เรื่องข่มขืนในคุกนี่มันบีบคั้น ยิ่งกว่าโดนฆ่าให้จบๆ ไปซะอีก ฮืออ

ไว้จะลองหามาดูค่ะ ขอบคุณสำหรับรีวิวค่า confused smile

ปูลู ไม่เคยดูพริสัน เบรกค่ะ เพราะพระเอกหล่อไป มันไม่คุกพอ (เีกี่ยวมั้ยเนี่ยยยย)

#4 By ★ AIM ★ on 2011-12-16 18:33

นี่เอง เรื่องที่ทำให้เพอร์กี้ตีตัวออกห่างจาก 9gag ฮา

ส่วนตัวไม่นิยมหนังโหดๆเท่าไหร่
แต่สนใจสไตล์การเล่าเรื่องแบี้ละ
ละก็ชอบที่ตัวรีวิวว่าตัวได้อะไรจากการดูหนังด้วย
"คนที่ทำผิดย่อมได้รับผลกรรม ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง"
จะช้าเร็ว (หนึ่งตอนถึงหลายซีซั่น)เท่านั้นเอง

#3 By W★G on 2011-12-13 22:32

น่าดูมากค่ะ ขอบคุณมากค่ะพี่ที่รีวิวให้รู้จัก /หนังคุกรู้จักแต่ประมาณ Prison Break llorz

สามเศร้าอ่านแล้วอยากไปลุ้นหน้าจอมากๆๆ T v T

ดูจะมีเรื่องราวให้ลุ้นหลากหลาย แถมมีปรัชญาแอบแฝง น่าสนใจมากค่ะ

#2 By T-Han on 2011-12-13 16:38

อะ เราแอบเห็นเซลโค อิวานเนค และคนคุ้น ๆ หน้าหลายคน
นับถือพี่เพอร์มากค่ะ ที่ชอบหนังแนวนี้ หนูเป็นพวกภูมิต้านทานความรุนแรงต่ำคงไม่กล้าดู
พออ่านมาถึงไรอันกับซีรีลแล้วแอบนึกถึงออฟไมส์แอนด์แมนเหมือนกันนะ ฮึก เศร้า

#2 By ยู่ยี่. on 2011-12-12 23:09

มีหนังดีน่าดูมารีวิวกันอีกแล้ว ขอบคุณที่รีวิวนะคะcry
ถ้ามีคุกที่ใส่ใจนักโทษแบบนี้เยอะกว่าที่เป็นอยู่ก็คงดีไม่น้อย

#1 By Jiseino on 2011-12-12 22:52