Unanswered Cries
by Thomas French
 
 
 
 
 
 
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาอ่านหนังสือเล่มนี้ค่ะ Unanswered Cries ถ่ายทอดเรื่องราวโดยนักข่าว คุณโทมัส เฟรนช์ หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่นิยายสืบสวนสอบสวน แต่เป็นข้อมูล ข้อเท็จจริง เกี่ยวกับคดีสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นเมื่อยี่สิบเก้าปีก่อน ในย่านกัลฟ์พอร์ต รัฐฟลอริดา ซึ่งอยู่ภายใต้โปรแกรม "Citizens' Crime Watch" ผู้คนในชุมชนเชื่อมั่นว่า "เพื่อนบ้าน" จะช่วยเป็นหูเป็นตาให้กันและกัน เพื่อป้องกันภัย และรายงานตำรวจเมื่อเกิดอันตราย
 
ในคืนฝนพรำ  ผู้คนในชุมชนถูกปลุกขึ้นจากเตียงด้วยเสียงกรีดร้องของหญิงสาว เกือบทุกหลังคาเรือนในชุมชนได้ยินเสียง บ้างคิดว่าเป็นเสียงแมว บ้างคิดว่าเป็นเสียงเด็กร้อง บ้างรู้ว่าเป็นเสียงผู้หญิง เสียงของคนที่กำลังเจ็บปวด ...ไม่มีใครโทรศัพท์เรียกตำรวจ ไม่มีใครคิดจะก้าวออกจากบ้านเพื่อตามหาต้นตอของเสียง...
 
ไม่มีใครคิดว่าเสียงกรีดร้องนั้นจะตามหลอกหลอนพวกเขาไปอีกนานเท่านาน
 
สองวันถัดมา ร่างไร้วิญญาณของ คาเรน เกรกอรี่ ถูกพบภายในบ้านของเธอและแฟนหนุ่ม เดวิด แมคคี ตำรวจหญิงผู้ไปถึงที่เกิดเหตุเป็นคนแรกพบคาเรนเปลือยครึ่งตัว เปื้อนเลือดแห้งเกรอะกรังทีเกิดจากแผลถูกแทง ถูกเฉือน นับยี่สิบแผล ห้องนอน...บ้านทั้งหลัง กำแพง พื้น เต็มไปด้วยเลือด และเสียงโทรศัพท์ที่ดังไม่รู้จักหยุด
 
เดวิด แมคคี เจ้าของบ้าน ซึ่งเดินทางไปสัมมนาต่างเมืองกระหน่ำโทรศัพท์ติดต่อแฟนสาวของเขาตลอดเวลาที่คาเรน เกรกอรี่ถูกปล่อยทิ้งไว้บนพื้นห้องเย็นเยียบ เขาภาวนา... ให้มีคนรับสาย... อนิจจา ผู้รับสายไม่ใช่คาเรน เสียงที่เขาได้ยินไม่ใช่เสียงที่คุ้นเคยของหญิงคนรัก แต่เป็นเสียงของตำรวจ บอกเขาว่า คาเรนจากไปแล้ว คาเรนจากเขาไปตลอดกาล
 

 ***********
 
 
หนังสือแนว True Crime ไม่เหมือนนิยายนักสืบ จะไม่มีการอำพรางข้อมูล ไม่มีการกั๊กเพื่อไปเฉลยเอาตอนท้ายเล่มว่าผู้ร้ายคือใคร แล้วงัดหลักฐานออกมาต้อนให้คนร้ายจนมุมได้ภายในไม่กี่ย่อหน้า ความจริงโหดร้าย น่าโมโห และดำมืดกว่านิยาย
 
นักสืบ แลร์รี่ ทอซี ใช้เวลาแรมปีควานหาตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบสวน เขาได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนของเขา จอร์ช ลูอิส นักดับเพลิงที่อาศัยอยู่ตรงข้ามบ้านของเดวิดและคาเรน จอร์ชเป็นหนึ่งในเพื่อนบ้านที่ได้ยินเสียงคาเรนในคืนเกิดเหตุ และเป็นคนเดียวที่กล่าวว่าเขาออกจากโรงรถเพื่อเดินหาต้นตอของเสียง จอร์ชให้เบาะแสและอธิบายสิ่งที่เขาเห็น คนที่เขาพบในคืนนั้น จำนวนผู้ต้องสงสัยในรายการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจยาวขึ้นเรื่อยๆ แม้กระทั่งเดวิดที่ไปร่วมงานสัมมนาในวันนั้นก็ยังตกเป็นผู้ต้องสงสัย ทว่า จนแล้วจนรอด แลร์รี่ก็ไม่อาจหาข้อสรุปได้ว่าใครเป็นคนข่มขืน ฆ่า และพรากชีวิตที่สดใสไปจากคาเรน เกรกอรี่
 
ครอบครัว เพื่อน คนรักของเหยื่อฆาตกรรม กดดันให้เขาตามจับตัวคนร้ายมาลงโทษ ทั้งเสนอตัวให้ความช่วยเหลือ เพื่อนสาวของคาเรนและเดวิดหมั่นย้ำเตือนตำรวจเพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งที่คาเรนประสบจะไม่กลายเป็นแค่โชคร้ายและคดีที่ปิดไม่ลง แลร์รี่เข้าใจและเห็นใจผู้สูญเสีย แต่ตำรวจก็มืดแปดด้าน
 
หลักฐานและเทคโนโลยีในสมัยนั้นยังไม่อำนวยให้ตำรวจควานหาตัวคนร้ายได้อย่างสะดวกดาย อีกทั้งคนร้ายยังรู้ดีเกินกว่าที่จะปล่อยให้หลักฐานมัดตัวตนหลงเหลืออยู่ในที่เกิดเหตุ จากสภาพห้องและร่องรอยที่เจ้าหน้าที่รวบรวมมาได้ แลร์รี่สันนิษฐานว่าคนร้ายหวนกลับมาเยี่ยมร่างไร้วิญญาณของคาเรนอีกครั้งเพื่อกำจัดซากของตน เพื่อปกปิดความเลวทรามของตัวเอง
 
แลร์รี่ไม่คิดเลยว่าคนที่เขาตามหาจะอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม
 
 
 
***********
 
 
ครึ่งเล่มแรกเล่าเรื่องคดีและการสืบสวนของตำรวจ ครึ่งเล่มหลัง หลังจากที่โฉมหน้าของผู้ร้ายถูกเปิดโปง ผู้ต้องสงสัยกลายเป็นจำเลย เรื่องราวก้าวเข้าสู่ขั้นตอนของการต่อสู้กันในศาล ผู้อ่านจะได้รับข้อมูลของฝั่งจำเลยและโจทก์อย่างเต็มเปี่ยม ผู้เขียนให้โอกาสผู้อ่านได้ขบคิดไปพร้อมคณะลูกขุน ว่าจะเชื่อใคร
 
ตอนอ่านช่วงว่าความในศาลนี่ทั้งลุ้น ทั้งน่าโมโห ทั้งลุ้นให้คดีพลิก ลุ้นเผื่อจำเลยไม่ใช่คนร้ายที่แท้จริง บ้างเอาใจช่วยให้ตำรวจได้หลักฐานมามัดตัวจำเลยให้แน่นหนายิ่งขึ้น แล้วก็โมโหที่คดีไม่สามารถปิดลงได้เสียที เมื่อไหร่... เมื่อไหร่ที่คาเรนจะได้พักผ่อนอย่างสงบ เมื่อไหร่ครอบครัวและคนที่รักคาเรนจะได้เห็นคนผิดถูกลงโทษ เมื่อไหร่ที่ชุมชุนจะกลับมาสงบสุขและเชื่อใจกันและกันได้อีกครั้ง
 
คาเรนเคยบอกกับน้องสาวหลังจากชมภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องหนึ่งว่า "ฉันไม่อยากตายแบบนั้น" ...แบบที่เธอถูกฆ่า แต่หลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้ นอกจาก "เรา" จะคิดว่า "ไม่อยากตายแบบนั้น" แล้ว เรายังคิดว่า เราไม่อยากให้ความตายของเราถูกพูดถึงในศาล ไม่อยากให้ความตายของเราถูกชำแหละผ่านกระบวณการยุติธรรมที่ไม่ให้เกียรติ แบบที่คาเรนผู้ล่วงลับถูกกระทำ
 
จำเลยอ้อนวอนขอโอกาส
 
ในขณะที่คนตายไม่เหลือโอกาส ไม่มีโอกาสแม้แต่จะอ้อนวอนขอโอกาส
 
คนตายไม่มีสิทธิ์ ไม่มีเสียง เพราะเขาไม่สามารถลุกขึ้นมาพูดอะไรได้อีกแล้ว
 
คิดๆ ดูก็เป็นเรื่องน่าขำ ที่กฎหมายให้สิทธิ์แก่คนเป็นมากกว่าคนตาย ไม่เว้นแม้แต่คนที่ลิดรอนสิทธิของคนอื่นอย่างไม่น่าให้อภัย
 
 
***********
 
 
เราไม่อาจกล่าวได้ว่า เพราะผู้คนในชุมชนเพิกเฉย คาเรนจึงถึงแก่ความตาย เพราะไม่ว่าอะไรก็คงหยุดปีศาจร้ายในตัวฆาตกรไม่ได้ แต่ถ้าผู้คนในชุมชนไม่เพิกเฉย หากมีคนพบเธอไวกว่านี้ คาเรนอาจจะรอด คาเรนอาจจะได้รับความช่วยเหลือ ฆาตกรอาจจะหนีไม่พ้นสายตาของ Citizen's Crime Watch ฆาตกรอาจจะไม่มีโอกาสหวนกลับมาทำลายหลักฐานเย้ยศพของผู้ตายที่นอนอยู่ใกล้แค่เอื้อม ตำรวจอาจจะจับฆาตกรได้ไวขึ้น บาปกรรมอาจจะปฏิบัติหน้าที่ของมันได้เร็วทันตา
 
และคำว่า "อาจจะ" อาจจะไม่ติดตามหลอกหลอนพวกเขาไปจนตัวตาย
 
 
***********
 
 
แม้แต่ตอนนั่งทำงาน เรายังคิดว่าอยากอ่านให้จบ อยากรู้ความจริง อยากรู้ว่าทำไม ฆาตกรถึงต้องทำร้ายคาเรนขนาดนี้ สองเดือนที่ผ่านมา เราทำงานหนักมาก เหนื่อยจนไม่ค่อยมีสมาธิอ่านหนังสือ หนังสือเล่มนี้ทำให้เรากลับมากระหายอยากรู้และตั้งสมาธิได้อีกครั้ง
 
นอกเหนือจากความกระหายใคร่รู้ หนังสือเล่มนี้ทำให้เราระมัดระวังตัวเองมากขึ้น ตรวจประตูว่าลงกลอนรึเปล่า หน้าต่างลงกลอนรึเปล่า คล้องโซ่หรือยัง เดินกลับบ้านดึกๆ ต้องหัดมองรอบๆ ด้าน หัดระแวดระวัง ระแวง และดูแลตัวเอง
 
เพราะเราไม่รู้ว่าจะเกิดอันตรายขึ้นกับเราเมื่อไหร่
 
เพราะเราไม่รู้ว่ารอบๆ ตัวเรานั้น ใครเป็นคนบ้า
 
เพราะในสังคมปัจจุบันที่ต่างคนต่างอยู่ เราไม่มีใครให้พึ่งพา
 
สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถสั่งซื้อได้ที่ Amazon ค่ะ มีแบบอีบุ๊คด้วย
 
หรือสามารถอ่านฟรีได้ที่ Tempa Bay Times
 
 
 
 
 
ครึ่งเดือนที่ผ่านมาอ่านหนังสือไปหกเจ็ดเล่ม ไว้จะทยอยเล่าสู่กันฟังค่ะ : )
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณจ้า บาคาร่าออนไลน์

#53 By britrocker1234 on 2016-06-19 03:38

มันน่าจะทำเปนหนังได้แล้วนะครัช ถ้าจะแน่นขนาดนี้เนี่ยย

 

 

 

 

---------------------------------------------------------

จีคลับ / บาคาร่า / gclub

#52 By ku25312531 on 2015-09-29 14:21

โห น่ากัวได้อีกอ่า
บาคาร่า
บาคาร่าออนไลน์

#51 By pimmy (176.67.81.241|176.67.81.241) on 2015-06-03 14:27

love this article..

#50 By affordablecarhire on 2013-08-11 09:21

hi there! cool page!

#49 By Ellie Reddall on 2013-08-05 23:17

wonderful blog..

#48 By ppicentralclaims on 2013-07-28 20:31

embarrassed

#47 By Wayne Burch on 2013-07-27 02:06

embarrassed

#46 By Wayne Burch on 2013-07-27 00:23

embarrassed

#45 By Wayne Burch on 2013-07-27 00:21

embarrassed

#44 By Wayne Burch on 2013-07-27 00:15

embarrassed

#43 By Wayne Burch on 2013-07-27 00:13

embarrassed

#42 By Wayne Burch on 2013-07-27 00:09

embarrassed

#41 By Wayne Burch on 2013-07-27 00:05

embarrassed

#40 By Wayne Burch on 2013-07-27 00:00

embarrassed

#39 By Wayne Burch on 2013-07-26 23:54

embarrassed

#38 By Wayne Burch on 2013-07-26 23:51

embarrassed

#37 By Wayne Burch on 2013-07-26 23:46

tongue tongue tongue

#36 By bestshop99 on 2013-06-26 14:08

ขอบคุณที่เล่าสู่กันฟังนะคะ Hot!
จะหาเวลามาอ่านให้ได้เลย + รออ่านรีวิว
/ ชอบหนังสือจากเรื่องจริงตรงที่ตีแผ่ความจริงออกมาให้รับรู้เนี่ยแหละ
ขอให้คุณคาเรนไปสู่สุขคติ R.I.P

#35 By Jiseino on 2013-06-20 11:29

ขอบคุณที่เล่าสู่กันฟังนะคะ Hot!
จะหาเวลามาอ่านให้ได้เลย + รออ่านรีวิว
/ ชอบหนังสือจากเรื่องจริงตรงที่ตีแผ่ความจริงออกมาให้รับรู้เนี่ยแหละ
ขอให้คุณคาเรนไปสู่สุขคติ R.I.P

#34 By Jiseino on 2013-06-20 11:29

ติดตามอยู่เหมือนกัน
sad smile

#32 By Darewya465 on 2013-06-09 20:44

ภาษาไม่แข็งแรงอ่ะ Hot! Hot! Hot!

#31 By akadmin on 2013-06-06 19:25

เล่าเรื่องได้น่าติดตามมากเลยค่ะ แต่เราเป็นคนอ่านหนังสือประเภทนี้ไม่ค่อยได้ (อ่านจบชอบเก็บไปฝันทุกที >__<)
ป.ล. แอบอยากรู้ตอนจบว่าใครเป็นฆาตรกรอ่ะ รบกวนส่งข้อความมาบอกได้มั้ยคะ ขอบคุณล่วงหน้าคร่าา~ surprised smile

#30 By B*Milk on 2013-06-05 15:52

หืมมมม น่าสนใจสุดๆเลยค่ะพี่เพอร์

ถ้าพี่ชอบแนวนี้ ลองหาเรื่องเกี่ยวกับserial killerในเมืองOlympiaที่ชื่อ Ted Bundyมาอ่านซิคะ สยองสุดๆ><" มีเป็นหนังด้วย

#29 By Hed-noi on 2013-06-03 11:12

nice book.. great story..

#28 By Cameron Longman on 2013-06-02 22:20

http://aulola.exteen.com/20130531/good-white-iphone-5-pu-leather-case-cover-in-aulola
Good iphone 5

#27 By aulola on 2013-05-31 10:15

ดูเป็นภัยใกล้ตัวที่เรามองข้ามไปง่ายๆ ทั้งๆที่อาจจะช่วยชีวิตคนได้เลยทีเดียว น่าสงสารคาเรนมาก เป็นหนังสือที่น่าสนใจมากค่ะHot! Hot! Hot!

#26 By min on 2013-05-25 11:16

ขอบคุณค่ะ

#25 By CK on 2013-05-23 14:13

Thanks

#24 By Bitineersite on 2013-05-21 04:31

ขอบคุณครับ

#23 By Bitineernews on 2013-05-21 04:23

Thank

#22 By Bitineerinfo on 2013-05-21 04:08

น่าสนใจมากครับ

#21 By Bitineerblog on 2013-05-21 04:01

น่าอ่านมากกกก > <

#20 By Bitineer on 2013-05-21 03:32

น่าอ่านมาก

#19 By Bitinatortips on 2013-05-21 03:13

Hot!

#18 By venusnight on 2013-05-20 13:12

great thoughts on this..

#17 By Marcus Balmain on 2013-05-18 09:51

น่าอ่านมากค่ะ

#16 By CK on 2013-05-17 15:14

บล็อคพี่มีหนังสือ หนัง ที่น่าคิด น่าอ่านมาแนะนำเยอะดีจังค่ะ
อ่านแล้วน่าสนใจอยากจะหาอ่านตามบ้างเลย
ทำให้หันมาชอบอ่านพวกนิยายสืบสวน ลึกลับอะไรอย่างนี้ ตั้งแต่ได้อ่าน Fake girlfriend ที่พี่แปลเลยค่ะ แถมไปหาอ่านตามทำให้ได้ฝึกภาษาไปในตัวด้วย ขอบคุณมากนะคะ

#15 By anasomy on 2013-05-15 18:19

ยังไม่มีแปลไทยใช่มั้ยคะ อยากอ่านแต่แปลไม่เก่ง ถ้าอ่าอิ้งกว่าจะจบคงนาน sad smile

#14 By Paa orKant on 2013-05-15 13:52

อ่าลืม... Hot! Hot! Hot!  cry

#13 By MROK02 on 2013-05-14 23:44

น่าอ่านมากเลยค่ะXD รีวิวได้สุดยอดมาก ได้ข้อคิดด้วย(แอบขนลุกเลย=w=;;) จะไปหามาลองอ่านให้ได้เลย+ +

#12 By MROK02 on 2013-05-14 23:42

@yoosama  ตอนขึ้นศาล ถ้ามีภาษาทนาย จะมีย่อหน้าแปลภาษาทนายเป็นภาษาคนปกติอีกทีค่ะ ฮา เราอ่านตรงที่เป็นภาษานักกฎหมายไม่รู้เรื่องเหมือนกันถ้าไม่มีแปลอีกที

#11 By persona non grata on 2013-05-14 22:22

น่าอ่านมากกกก > < แต่ภาษาไม่แข็งแรงพอจะอ่านได้คะ T T
Hot! Hot! Hot!

#10 By space on 2013-05-14 18:27

big smile big smile

#9 By CK on 2013-05-14 07:14

#8 By CK on 2013-05-13 23:46

น่าอ่านมากเลยค่ะ

#7 By CK on 2013-05-13 23:37

big smile big smile big smile

#6 By CK on 2013-05-13 23:32

Hot! น่าสนใจมากครับ ไม่ได้อ่านแนวนี้นานแล้ว
ขอบคุณที่เขียนรีวิวให้อ่านbig smile

#5 By Film on 2013-05-13 15:10

มีหลายคดีในอดีตที่เทคโนโลยีเพิ่งจะตามทัน
( Hot! Hot! )

#4 By Nirankas on 2013-05-13 08:42