Blogging

ปึ้ด (กรุณานึกถึงเสียงกล้ามเนื้อในการ์ตูนเรื่องบากิ)

 

ช่วงนี้มีเรื่องให้ปึ้ดค่ะ แต่ไม่ได้ปึ้ดเรื่องของตัวเองสักนิด
และก็เพราะไปปึ้ดเรื่องของคนอื่นนี่แหละ เลยทำให้ปึ้ดค้างคา เพราะมันแก้ปัญหาไม่ได้ซะที
เพราะวิธีการคิดและการแก้ปัญหาของคนอื่นไม่เหมือนเรา
พอแนะนำวิธีที่เหมาะสมที่สุดซึ่งแม้แต่เจ้าตัวก็น่าจะสามารถคิดเองได้
เจ้าตัวผู้มีปัญหาเองกลับบอกว่า "วิธีนั้นทำไม่ได้หรอก"
แล้วเจ้าตัวผู้มีปัญหาก็นั่งกลุ้มต่อไป
"จะทำยังไงดี....ทำยังไงดี....แนะนำหน่อย แต่ถึงแนะนำมาแบบนั้นก็ทำไม่ได้หรอก"


เจอแบบนี้ให้คิดยังไง?
ไม่คิดจะแก้ไขแท้ๆ  จะมาขอคำแนะนำทำพระแสงดาบด้ามง้าวอะไร? ใช่ไหมคะ?
ถึงจะเป็นเพื่อน แต่เราใจร้ายพอที่จะนึกรำคาญภายในเวลาอันสั้น



และจากที่เรานั่งฟังปัญหา นั่งมอง นั่งดู ปัญหาหลักของเพื่อนคือ "ฟุ้งซ่าน"

 

อ่านเจอในเว็บไซต์ธรรมะแห่งหนึ่ง (http://larndham.net/index.php?showtopic=25612&st=11)
มีคนเปรียบเปรยเอาไว้ดีมาก


เขาว่าความฟุ้งซ่านเป็นดั่งฟองสบู่ ฟองเล็กบ้างใหญ่บ้าง ลอยกระจัดกระจายไปทุกทิศทาง
ฟองสบู่นี้สักวันก็จะแตกไปเอง
แต่ถ้าเราไม่หยุดเป่าฟอง หรือปล่อยวาง ฟองสบู่ก็จะเกิดขึ้นเรื่อยๆ
ถ้าเราหยุดเป่าเมื่อใด ฟองสบู่ก็จะหมดไปในทันที


แรกเกิด ทุกคนไม่มีความฟุ้งซ่าน แต่ยิ่งเติบโต ยิ่งผ่านเรื่องราวต่างๆ
ความฟุ้งซ่านก็มากขึ้นเรื่อยๆ เป็นรอยด่างในจิตใจ


ขึ้นอยู่กับว่า เราตระหนักได้หรือเปล่าว่านั่นคือความคิดฟุ้งซ่าน
ถ้ามันคือความคิดฟุ้งซ่าน เราพร้อมจะลบมันออกจากสมองของเราหรือเปล่า


จากเรื่องนี้ทำให้เราคิด ว่าการที่คนคนหนึ่งจะลบความฟุ้งซ่านออกไปจากชีวิต ต้องการอะไรบ้าง?
ต้องไปนั่งสมาธิ?
นั่งสมาธิก็อาจจะช่วย แต่จริงๆ แล้ว ถ้าลองคนมันจะฟุ้งซ่าน ระหว่างนั่งสมาธิมันก็ฟุ้งซ่านแหละ
เรามีวิธีของเราเองซึ่งอาจจะฟังดูแข็ง ไม่โอนอ่อนผ่อนปรน วิธีของเราคือ


เลิกยืนนิ่งแล้วเป่าฟองสบู่ แต่ให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมีจุดหมายและทิศทางที่แน่นอน


สิ่งที่ต้องมี


1. เป้าหมาย

 

ตั้งเป้าหมายในชีวิตกันได้แล้ว
เราไม่ได้หมายถึงเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ อย่างเป็นเจ้าของธุรกิจพันล้าน เป็นนายกฯ ครองโลก
เริ่มจากเป้าหมายเล็กๆ เช่น สอบปลายภาคให้ได้คะแนนดี เอนท์ติด สอบโทเฟลให้ผ่าน ได้งานทำ
หรือจะเป็นเป้าหมายที่ใหญ่และกว้างขึ้น เช่น สร้างครอบครัวที่ดี ดูแลพ่อแม่ยามแก่เฒ่า เป็นต้น

 

เมื่อเรามีเป้าหมาย สิ่งที่ตามมาคือ เราจะรู้หน้าที่
เมื่อเรามีเป้าหมาย จงยึดเป้าหมายไว้ให้มั่น อย่าไขว้เขว แล้วมุ่งตรงไปสู่เป้าหมาย

 

อาจจะพักบ้าง อาจจะออกนอกเส้นทางบ้าง แต่สุดท้ายเราก็ยังรู้ว่าถนนเส้นหลักของชีวิตคืออะไร
ในขณะที่เราเดินไป อาจจะมีสิ่งรบกวนจากรอบข้างบ้าง ชีวิตคน ย่อมต้องเกิดปัญหาใหญ่น้อยเป็นธรรมดา
ให้พิจารณาความสำคัญของปัญหาจากเป้าหมาย
ปัญหาไหนเกี่ยวข้องกับเป้าหมายโดยตรง ให้จัดความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ
ปัญหาไหนไม่เกี่ยวกับเป้าหมายโดยอ้อมหรือไม่เกี่ยว ให้จัดความสำคัญไว้เป็นอันดับท้ายๆ

 

พยายามไม่รับปัญหาที่ไม่เกี่ยวกับเป้าหมายในชีวิตมาสุมให้รกสมอง จะได้ไม่ต้องตามแก้ให้เหนื่อยแรง


2. ใจสู้


ความพยายาม สติ ปัญญา คือสิ่งที่ต้องพกติดตัวหากอยากประสบความสำเร็จ
แต่ทั้งสามสิ่งนี้จะทำงานไม่ได้ ถ้าใจไม่สู้เสียก่อน


ใจเข้มแข็ง ไม่อ่อนแอ ไม่ยอมแพ้หรือยอมจำนนอะไรง่ายๆ
ใจสู้ ต้องต่อสู้กับอะไรบ้าง


ต่อสู้กับปัญหาและอุปสรรค
ความผิดหวัง การดูถูกเหยียดหยาม ความพ่ายแพ้
ความเหน็ดเหนื่อยทางกายทางใจ
และที่สำคัญ ต้องสู้กับกิเลสตัณหาและสิ่งยั่วยุที่จะทำให้เราไขว้เขวออกจากทางเดินที่ตั้งใจ
ต้องสู้กับความไม่ดีของตัวเอง
เช่นจะอ่านหนังสือสอบ แต่ขี้เกียจ อยากดูทีวี
ต้องต่อสู้กับความคิดอยากดูทีวีแล้วเอาชนะมันให้ได้


คนที่ฟุ้งซ่าน ก็สู้กับความฟุ้งซ่าน ต้องหักห้าม ต้องปล่อยวาง
ถ้าใจตัวเองไม่สู้เอง ก็อย่าหวังจะให้คนอื่นช่วยเลย รบกวนเขาเปล่าๆ

3. กตัญญู


คาดว่าทุกคนคงเคยอ่านเรื่องของ "รูปปั้นโอกาส"
รูปปั้นโอกาสยืนเขย่งเท้า เพราะเขาอยู่เพียงชั่วครู่ชั่วยาม
เท้าของโอกาสมีปีก เพราะเขาจะวิ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ผมด้านหน้าของโอกาสยาว เพื่อให้คนด้านหน้าจับได้ง่าย
แต่หัวหน้าหลังล้านเลี่ยน เพราะเมื่อโอกาสผ่านไปแล้ว ก็ยากจะยึดมันกลับมา


ความกตัญญูในที่นี้ มีความหมายเดียวกับความกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูอาจารย์ ผู้มีพระคุณ
แต่จะเรียกโดยรวมว่าให้กตัญญูต่อ "ผู้สร้างโอกาส" "ผู้ที่ช่วยเราจับตัวโอกาส" "ผู้ที่คอยให้กำลังใจ"


หากคิดว่า โอกาสที่เราประสบความสำเร็จนั้น เราสร้างด้วยตัวเอง
บอกได้เลยว่าไม่จริงหรอก
อย่างน้อย พ่อแม่ ท่านสร้างเรา ท่านเลี้ยงดู ส่งเสีย ท่านคือผู้สร้างโอกาส
ครูบาอาจารย์ ท่านสอนวิชาการ ท่านสอนให้เราเป็นคนดี เพื่อให้คนอื่นต้องการเรา ท่านคือผู้สร้างโอกาส
สถาบัน เช่นสถาบันทางการศึกษา เหล่านี้ก็ช่วยสร้างโอกาส
หรือจะแย้งว่า นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยดังกับนักศึกษามหาวิทยาลัยไร้ชื่อ จบมาแล้วมีโอกาสเท่ากัน?
เพื่อนๆ คอยให้กำลังใจ คอยช่วยเหลือ ให้เรามีความสุข ให้เรามีความพยายาม ก็เป็นผู้สร้างโอกาสเช่นกัน


หากจะมีห่วง ให้ห่วงผู้สร้างโอกาส ห่วงใยคนที่คิดดีกับเรา ห่วงใยคนที่ทำให้เรามีความสุข
หากเราจะหลงผิด ระเริงไปกับความชั่ว ให้ย้อนไปคิดถึงท่านเหล่านี้ ว่าท่านจะรู้สึกอย่างไร


ส่วนคนที่ไม่ได้สร้างเรา คนที่หาแต่ความทุกข์มาให้ ตัดคนอย่างนั้นออกไปจากชีวิตเสียบ้าง
หรือจะเก็บไว้ทำปุ๋ยมูลสัตว์เสริมไนโตรเจนให้ความฟุ้งซ่านก็ตามใจ


นอกจากนี้ แม้แต่คู่แข่งที่แข่งขันแย่งชิงโอกาสกับเรา ก็ต้องตอบแทนเขาให้มาก
ไม่ได้ตอบแทนด้วยการให้เงินทำขวัญหรือพาไปเลี้ยงปลอบใจ
แต่จงใช้โอกาสที่ชิงมาครอบครองให้คุ้มค่า
เราแย่งโอกาสมาจากเขา เราแย่งความสุขมาจากเขา
แต่ให้เขาไปพูดต่อได้อย่างภาคภูมิเถอะว่าเขาเสียโอกาสให้คนที่ควรแก่การได้รับแล้ว
อย่าให้เขาพูดได้ว่า เขาอับอายเพราะพลาดท่าเสียโอกาสให้ควายตัวหนึ่ง

 

 

 

วันนี้มาแปลก อัพบล็อกบ่นเป็นลุงแก่ๆ (อยากจะลองเป็นลุงดูบ้าง XD)
ไปเรียนล่ะ


ปล. ซื้อการ์ตูนของอ.อะสุมิโกะเรื่อง when I was thirteen มาอ่านจบแล้ว ไว้เอนทรี่หน้าจะอัพเกี่ยวกับเรื่องนี้นะ XD





persona non grata
View full profile