2009/Oct/30

เอนทรี่ที่เกี่ยวข้อง ภาษาอังกฤษ vs คนญี่ปุ่น

 

ถ้าพูดถึงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม
ก็คงต้องคิดถึงการโชว์รำไทยเอย ดนตรีไทยเอย ชุดไทยเอย
แสดงอะไรที่มันเป็นไทยๆ ให้คนต่างชาติเห็น ให้เค้าประทับใจ
แต่เนื่องจากเราเป็น "กุนละสะตรีทัย"
เรื่องงดงามแบบนั้นทำไม่เป็นเฟร่ย -_-*

นหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้คุยกับคนญี่ปุ่นเรื่อง ไทยๆ ญี่ปุ่นๆ หลายเรื่อง
คนในแล็บหลายคนเคยไปเที่ยวประเทศไทย
หลายๆ คนก็สนใจเรื่องของประเทศไทยมาก
เช่น ประเทศไทยเป็นเมืองพุทธใช่ไหม?
ทะเลเมืองไทยสวย เคยไปเที่ยวพัทยากับภูเก็ต
มีรุ่นพี่เคยทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของไทยด้วย
คุยไปคุยมา คนในแล็บก็รู้จักประเทศไทยมากกว่าที่คิดนะ

แลกกันกับการที่เค้าถามเรื่องประเทศไทยจากเรา
เค้าก็แนะนำสิ่งละอันพันละน้อยในประเทศเค้าให้เรารู้ด้วย

case 1
โอริกามิ

โอริกามิหรือศิลปะการพับกระดาษที่ไหนๆ ในโลกก็มี
ในงานเลี้ยงต้อนรับ มีคนพับนกกระเรียนจากซองใส่ตะเกียบ
ไม่ใช่พับแค่ตัวเดียว แต่พับเก้าตัวต่อกันเป็นสาย
(เพราะซองใส่ตะเกียบมีลักษณะยาว)
M ซังเลยเอามาให้เราชม

แนะนำตัวละคร
(@∇@) M ซังเจ้าเก่า
(´゚ω゚〃` ) จขบ.
(=^・・^) Kซัง รุ่นพี่ป.เอก ห้องแล็บเดียวกับเรา เป็นคนเดียวที่ลงท้ายชื่อเราว่า "จัง" - -"

(@∇@) "นี่ๆ มีคนพับนี่ด้วยล่ะ" (จริงๆ บอกชื่อด้วยแต่เราลืม)
(´゚ω゚〃` ) "โหววว สุโก้ยยย"(=ยอดเลย)
(คนรอบตัวต่างร้องต่อกันเป็นเอคโค่ สุโก้ย...โก้ย...โก้ย....)
(=^・・^) Gจัง พับเป็นรึเปล่า
(´゚ω゚〃` ) "ไม่ค่อย...."
(=^・・^) "ที่เมืองไทยมีพับรึเปล่า"
(´゚ω゚〃` ) "มี"
(=^・・^) "ถ้าสนใจลองไปหาซื้อหนังสือสอนพับตามร้านสิ ไม่แพงหรอก กระดาษสำหรับพับก็ซื้อจากร้านร้อยเยนเอา"
(´゚ω゚〃` ) "อือฮึๆ"

 

เคสแรกดูดี

 

case 2
เนะโกะจัมป์

หลายวันก่อน K ซังถามเราว่า "Gจัง ถ้าอยากจะสั่ง CD จากเมืองไทยต้องทำยังไง"
เราก็บอกไปว่า "ซื้อทางเว็บ" แล้วให้เว็บไป ไม่รู้หรอกว่าเค้าจะสั่งซื้ออะไร

ในงานเลี้ยง K ซังก็มานั่งคุยกับเรา
(=^・・^)  "CD ที่บอกว่าจะสั่งน่ะ ถอดใจแล้วล่ะ"
(´゚ω゚〃` ) "ทำไมล่ะ"
(=^・・^) "ซีดีถูก แต่ค่าส่งแพงมหาศาลเลย"
(´゚ω゚〃` ) "เหวอ อ๊ะ แต่จะสั่งอะไรเหรอคะ? ถามได้เปล่า"
(=^・・^) "เนะโกะจัมป์"
(´゚ω゚〃` )  "........ไม่รู้จัก"
(=^・・^) "วงผู้หญิง น่ารักสุดๆ ไปเลย"
(´゚ω゚〃` ) "เงอะ ไม่รู้จัก พอดีไม่ค่อยได้ฟังเพลงไทย"
(=^・・^) "แล้วปกติฟังไรอ่ะ"
(´゚ω゚〃` ) "เพลงฝรั่งกะญี่ปุ่น"
(=^・・^)  "อ่อ"

............แต่ละคนก็ช่างสรรหาแนวเพลงของตัวเอง ข้ามชาติข้ามทะเล
สุดท้ายมานั่งค้นเว็บ
อ่อก เนะโกะจัมป์....สมแล้วที่ K ซังเป็นโอตาคุโลลิหูแมว
K ซังรู้จักได้ยังไงนะ พลังอำนาจของโอตาคุช่างยิ่งใหญ่

 

case 3
ไพ่นกกระจอก

เนื่องจากเพื่อนคนไทยที่มาทุนเดียวกันชอบเล่นไพ่นกกระจอกมาก
มาถึงไม่ทันไรก็ไปซื้อเซตไพ่นกกระจอกมาจากร้านดงกิโฮเตะ
แล้วก็สอนคนไทยเล่น ทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง สอนจนเป็นหมด
ไม่นาน...ก็เริ่มสอนคนเวียดนาม สอนคนจีน เปิดคอร์สไพ่นกกระจอกภาษาอังกฤษ
จนตอนนี้ที่หอกลายเป็นวงไพ่นกกระจอกอินเตอร์ เล่นกันด้วยภาษาอังกฤษและญี่ปุ่น
จริงๆ ไม่ต้องพูดก็ได้ มองตาก็เข้าใจ จะเล่นไพ่ขอให้เรียก

ในงานเลี้ยง เราสืบรู้มาว่าเซนเซย์ชอบเล่นไพ่นกกระจอกมาก
ไหนๆ ก็นั่งใบ้กระอักกระอ่วนกันมานาน (เรานั่งข้างเซนเซย์อีกแล้ว)
ชวนคุยซะเลย

แนะนำตัวละคร
(  ゚,_ゝ゚) เซนเซย์
(・∀・@) Kan ซัง นร.จีน

(´゚ω゚〃` ) "วิธีชนะของไพ่นกกระจอกมีอะไรบ้างคะ? เอาแบบได้แต้มเยอะๆ อ่ะ"
(  ゚,_ゝ゚) "นี่เลย 1112345678999 รออีกหนึ่งตัว เอ๊ะ มันเรียกว่าอะไรนะ..."
(´゚ω゚〃` ) "....."
(  ゚,_ゝ゚) "Kanซัง ไอ้แพทเทิร์นนี้เรียกว่าอะไรนะ"
(・∀・@)  "เอ จำไม่ได้แฮะ เอ...ชื่ออะไรน้า"

หลังจากนั้น เซนเซย์ก็ลุกออกไปเขียนแพทเทิร์นแบบต่างๆ บนกระดาน
แล้วทุกคนในแล็บที่เล่นไพ่นกกระจอกเป็นก็เฮโลออกไปช่วยกันเขียนแพทเทิร์นกันใหญ่
F เซนเซย์ที่นั่งข้างเราอีกคนก็ไปหยิบสมุดมานั่งเขียนแพทเทิร์นบ้าง
สรุปว่าคนแล็บนี้บ้าไพ่นกกระจอกกันหมด....
แม้แต่เซนเซย์ยังบอกว่า

(  ゚,_ゝ゚) "รู้เปล่าว่า'จารย์เนี่ย สุดจะเซียนด้านไพ่นกกระจอกเลยนะหนู"
(´゚ω゚〃` ) "งั้นจารย์ก็สอนหนูหน่อยสิคะ /luv"

งานเลี้ยงเริ่มมั่วซั่วนับตั้งแต่บัดนั้น


case 4
สงกรานต์

แนะนำตัวละคร
(。´_`) F เซนเซย์

(。´_`) "ที่เมืองไทยมีกิจกรรมสาดน้ำใช่ไหม?"
(´゚ω゚〃` ) "กิจกรรมสาดน้ำ....?"
(。´_`)  "ที่เรียกว่าสงกรานต์น่ะ มีเมื่อไหร่นะ?"
(´゚ω゚〃` ) "อ้อ เดือนสี่ค่า"
(。´_`) "นั่นแหละๆ เคยไปเที่ยวเทยตอนสงกรานต์ แล้วก็โดนสาดน้ำ ตกใจหมด"
แล้ว F เซนเซย์ก็หันไปอธิบายให้ทุกคนในวงฟังว่า
(。´_`) "เมืองไทยน่ะ มีงานเรียกว่าสงกรานต์สามวัน ในสามวันนั้นนะ จะสาดน้ำหรือประแป้งใครที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้ล่ะ ตอนผมไปเที่ยวไทย โดนสาดโครมๆ เลย"
(´゚ω゚〃` ) "อ๊ะ ไม่จริงค่ะ ไม่ต้องเข้าร่วมก็ได้"
(。´_`) "อ่าว เหรอ"
(´゚ω゚〃` ) "ช่ายแล้น ทำหน้าตาโหดๆ เข้าไว้ แล้วพูดเสียงแข็งๆ 'อย่าสาด' รับรองไม่มีใครกล้าค่ะ!!! (กลัวโดนกัด)"

ทุกคนในวง "..............." นี่หรือหญิงไทย

 

case 5
เอโรทรัมป์

แนะนำตัวละคร
(^ヘ^ ヾ) Oซัง อาเฮียรั่วๆ ในแล็บ (แต่แอบเท่นะเนี่ย)
(。●⊥●。) Sซัง ผู้วิ่งหนีภาษาอังกฤษ

ช่วงที่เซนเซย์ออกไปเลคเชอร์เรื่องไพ่นกกระจอกหน้าห้อง
S ซังเลยหิ้วขวดวิสกี้เดินมานั่งเมาท์แทนที่เซนเซย์
เมาท์ไปเมาท์มา จู่ๆ S ซังก็เดินไปเอาไพ่สองสำรับมาอวด
สำรับแรกสีฟ้า เป็นรูปผู้ชายฝรั่งกล้ามโตเปลื้องผ้าหมดตัว มีเซนเซอร์ดำๆ ปิดจ้อน
สำรับสองสีชมพู เป็นรูปสาวฝรั่งนมโตแก้ผ้า ก็เหมือนๆ ภาพในหนังสือโป๊แหละ
(。●⊥●。) "F เซนเซย์ ดูนี่สิครับ" (ยื่นสำรับฟ้าให้)
(。´_`) "หนายๆ" (กางไพ่)
(。´_`) □ "..............."
พอเห็นเราทำท่าสนใจ F เซนเซย์เลยยื่นมาให้เราดูด้วย
"ดูสิๆ" (。´_`) _□   (´゚ω゚〃` ) "อะไรเหรอๆ ดูมั่งจิ"
(。´_`) _□ Σ(´゚Д゚|||`) "แว้ก โคเรตเตะนานิ!!!!!!?"(แว้ก อะไรฟระเนี่ย!!!)

ฮาครืนกันทั้งวง สนุกนักนะ....

(´゚Д゚|||`) "ดาเระคัตตะโหนว!?" (ใครซื้อมาห๊ะ!!)
(。●⊥●。)"O ซัง" (ชี้)
(^ヘ^ ヾ) "เมืองไทยไม่มีเรอะ?"
(´゚Д゚|||`) "ไม่มีวางขายทั่วไปแบบนี้หรอก"

ที่ญี่ปุ่นไอ้ไพ่แบบนี้วางขายเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา
ตอนเราไปดงกิโฮเตะ ร้านที่ขึ้นชื่อว่าเป็นจีฉ่อยขายทุกอย่างในโลก เราก็เจอ
นอกจากไพ่เอโร เรายังเจอ....
"เซตจับสลากท่า sex ตามหลักกาลามสูตรสำหรับคู่รัก"
"ไวเบรเตอร์แบบต่างๆ"
วางขายกันเหมือนเราไปซื้อผงซักฟอกในเซเว่น - -"

พอดีเซนเซย์กลับมาจากเขียนแพทเทิร์นไพ่นกกระจอกบนกระดาน

(  ゚,_ゝ゚) "คุยไรกันน่ะ?"
(。●⊥●。) "แว้ก!!! เอาไพ่ไปซ่อนเร้ว!!!"

ชิ ทำเป็นซ่อน สุดท้ายเซนเซย์ก็ได้ยลไอ้ไพ่สองสำรับนั้นอยู่ดี
(  ゚,_ゝ゚)  "ฮ่าๆๆๆ เอโร่ยทรัมป์น่ะเหรอ?"
เซนเซย์คะ...ยังจะมาหัวเราะอีก "


case 6
เกย์ชุมนุม

(。●⊥●。)"Oซังเคยโดนเกย์ลวนลามที่ชินจุกุหนิ"
(TヘT ヾ) "ใช่...ตอนนั้นโคตรกลัวเลย ตอนที่ไปซื้อไพ่เอโรจากร้านอ่ะแหละ"
(。●⊥●。) "ไปทำอีท่าไหน?"
(TヘT ヾ)  "ดันโผล่ไปแถวๆ ที่เกย์จับคู่กันอ่ะ แล้วถือไอ้ไพ่นั้นอยู่ด้วย โดยเฉพาะสำรับชาย"
(。●⊥●。)"เลยโดนหมายหัวว่าเป็นเกย์สินะ"
(TヘT ヾ) "เออดิ พอรู้ว่าโดนมองก็รีบเดินๆๆๆ จะให้พ้นจากตรงนั้น แต่ไอ้เกย์นั่นก็เดินๆๆๆ ตาม พอผมเดินเร็ว มันก็เดินเร็ว ผมวิ่ง มันก็วิ่ง โคตรกลัวววววว"
(。●⊥●。) "หนีได้มะ?"
(T0T ヾ)  "ไม่ทัน มันวิ่งเร็วกว่า"
(。●⊥●。) "เฮ่ย!!!! แปลว่า....."
(T0T  ヾ) "ยังโว้ย!!! ไอ้เกย์นั่นก็วิ่งมาลูบๆ 'พี่ชายไปเล่นกันมะ' ผมก็ร้องจ๊ากแล้ววิ่งหนีมาเลย"
(。●⊥●。)"หืม แต่แถวนั้นน่ะ เกย์เค้าไปเล็งหาคู่เกย์ด้วยกันนี่นา แสดงว่า O ซังเหมือนเกย์ล่ะสิท่า"
(T0T  ヾ) "เพราะไพ่นี่ต่างหาก เลยโดนเข้าใจผิด"

...........แล้วจะไปซื้อมาทำม้ายยยยย
ไอ้เราก็นั่งขำก๊ากๆ ทุกคนในวงเลยจับได้ว่าเราฟังออก

(T0T  ヾ) "เฮ่ย ฟังออกด้วยเรอะ?!"
(´゚ω゚〃` ) "ฟังออกสิ"
(。●⊥●。) "G ซังก็ฟังออกมาตั้งนานแล้วนี่นา..."
(T0T  ヾ) "........(กระซิก)"

(。´_`) "แต่เมืองไทยก็มีเยอะหนิ เกย์น่ะ"
(´゚ω゚〃` ) "เอ๋ เยอะเหรอ ไม่รู้อ่ะ"
(。´_`) "ไปพัทยาเจอเพียบ"
(^ヘ^ ヾ) "โอกามะโชว์ๆ" (โชว์กระเทยในบาร์)
(。●⊥●。) "โอกามะนี่ไม่ไหวนะ...."
(´゚ω゚〃` ) "นั่นมันสำหรับนักท่องเที่ยว แต่ทั่วๆ ไปแล้วไม่มีดงเกย์วิ่งไล่ผู้ชายแบบเมื่อกี๊หรอกค่า ดาเมะๆ ทั่วๆ ไปก็มักเก็บเป็นความลับนะคะ"
(TヘT ヾ) "ที่ญี่ปุ่นนี่....จะเปิดเผยกันไปถึงไหนฟร้า"

หัวข้อสนทนาเริ่มกู่ไม่กลับ


case 7
ไพ่ตอแหล ไพ่เสร่อ

นั่งจิบชาอู่หลงไปสักพัก Kan ซังก็หยิบไพ่(ธรรมดา)มาชวน

(・∀・@) "เล่นไพ่กัน เล่นแบบนี้เป็นป่ะ ไพ่อุโซะ(ไพ่โกหก)"
(´゚ω゚〃` )  "อ๋ออออออ เล่นเป็น" (ทันทีทันใด)

คนอื่นๆ ในแล็บทำหน้างง "ไพ่อะไร? เล่นไม่เป็น"

ฟังชื่อแล้วรู้ทันทีว่ามันต้องเป็นไพ่ตอแหลของบ้านเราอย่างแน่นอน
กติกาก็คือ สมมติคนแรกลงแล้วบอกว่า สาม คนต่อไปก็ต้องลงสามๆๆๆตามมา
แต่แน่นอนว่าคนที่ไม่มีสามก็ไม่สามารถลงสามได้ ต้องลงไพ่อื่น โกหกว่าเป็นสาม
ใครที่ไม่เชื่อสามารถจับผิดได้ "โกหกน่า!!!" แล้วเปิดไพ่เช็กว่าคนที่ลงก่อนหน้าโกหกรึเปล่า
ถ้าโกหก คนที่โกหกต้องเก็บไพ่ไป ถ้าไม่ได้โกหก คนจับผิดต้องเก็บไพ่ไป

Kan ซัง, Mซัง, K ซัง แล้วก็เรา เล่นไพ่ตอแหลกัน
เราพยายามสอนเค้าเล่นสลาฟ แต่เค้าไม่รู้จัก โอ๊ย คนญี่ปุ่นนี่ไม่ไหวเลย

ส่วนวงข้างๆ O ซังนำทีมเล่นไพ่เสร่อ (ไพ่แปะหัว) แพ้กินเหล้า
กติกาคือ จับไพ่คนละใบแล้วเอามาแปะหน้าผาก
เจ้าของไพ่จะไม่เห็นไพ่ของตัวเอง แต่เห็นไพ่ของคนอื่นๆ
ทุกคนต้องพยายามบลัฟคนอื่นว่าไพ่คนอื่นมีแต้มน้อย ให้ยอมแพ้ไปซะ
สุดท้ายคนที่ไม่ยอมแพ้ก็จะเปิดไพ่แล้วเทียบกันว่าไพ่ใครแต้มเยอะสุดเป็นผู้ชนะไป

แต่ไพ่ที่ทีม O ซังใช้เป็นไพ่นู๊ดหนุ่มกล้าม...
สมาชิกชายล้วนเล่นไปสักพักก็เริ่มทนไม่ไหว ไม่รู้อยากอ้วกเหล้าหรืออยากอ้วกไพ่
แค่ต้องดูไพ่ยังไม่เท่าไหร่ นี่ต้องเอาไอ้ไพ่บ้านั่นไปแปะหัวอีก
เลยมาขอเปลี่ยนไพ่ธรรมดาจากวงเรา

Kซังถือไพ่นู๊ดชายอยู่ในมือ ยังไม่วายสับไพ่
(=^・・^) "เล่นโป๊กเกอร์กัน G จังเล่นเป็นใช่ไหม?" (ถามอย่างมั่นใจ ซึ่งตรูก็เล่นเป็นจริงอย่างว่า)
(´゚ω゚〃` )  "แน่น๊อน เรื่องไพ่ไม่ต้องสอน"

พอแจกไพ่ให้คนละห้าใบเสร็จ....ทุกคนก็จับไพ่ แต่ไม่มีใครกล้าเปิด
ผ่านไปห้าวิ.... ยังไม่มีใครกล้าเปิด....แต่เล่นโป๊กเกอร์มันต้องเปิดไพ่นะ
แต่ไพ่มัน... มัน.... เพราะมีเซนเซอร์ดำๆ ปิดจ้อนอ่ะ ยิ่งอุบาทว์
แต่ไม่มีเซนเซอร์มันก็คงโทงเทงอัปรีย์มากขึ้นอีก....

(´TДT|||`) "แง้ ไม่อยากเปิดไพ่อ่าาาาาาาาาา"
(T∀T@) "ใช่มะ ชั้นก็ไม่อยากเปิดเฟร่ย โสโครก"
(@__@") "ผมว่าเราเลิกเล่นกันเถอะครับ"

เอาไพ่ปกติชนคืนมานะ T_T*

 

case 8
ดราม่า

วันหนึ่ง โอยะซัง(ผู้จัดการหอพัก)เปิดหนังสือพิมพ์แล้วก็ชี้ให้เด็กไทยดูโฆษณาหนังเรื่องหนึ่ง
ซึ่งก็คือ My Girl

แนะนำตัวละคร
( ´∀`)โอยะซัง

เราก็บอกเค้าว่า
(´゚ω゚〃` ) "หนูก็ดูหนังเรื่องนี้ค่ะ!!!"
( ´∀`)"ว้ายจริงอ่ะ ที่อาราชิเล่นน่ะนะ" (ตีเราป้าบ)
(´゚ω゚〃` )"ค่ะ สนุกๆ มังกะก็อ่านแหละ"
( ´∀`)"ว้ายๆๆๆ อ่านเหมือนกัน แหม เจอเพื่อนแล้ว" (ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็ชอบอาราชิสินะ)
(´゚ω゚〃` )"ตอนนี้หนูดูเรื่องนี้กะโตเกียวดอกส์ค่ะ"
( ´∀`)"อ่อ รู้จักๆ หนังตำรวจหนิ"
(´゚ω゚〃` )"อื้อ ชอบโองุริ ชุนที่เค้าแสดงหนังเก่งก็เลยดูค่ะ"
( ´∀`)"เห!!!!! ชอบโองุริ ชุนเหรอ???"
(´゚ω゚〃` )"ใช่ หนูดู Crows Zero สองภาคเป็นสิบๆ รอบแล้วค่ะ ปลื้มมาก ทำไมเหรอคะ?"
( ´∀`)"น้าเคยเจอชุนตอนเด็กๆ ตั้งหลายหนแน่ะ ชุนเป็นลูกชายของพี่สาวของเพื่อนน้าล่ะ"
(´゚ω゚〃` )"เอ๋ จริงอ่ะ อิจฉาาาาาาาาา"
( ´∀`)"ช่ายๆ แต่พอเริ่มเข้าวงการก็งานยุ่งไม่ได้เจอ"
(´゚ω゚〃` ) "ดีจังงงงงงง"
( ´∀`)"นี่ๆ ถ้ามีโอกาสได้ไปเจอล่ะก็ น้าจะมาเรียกนะ"
(´゚ω゚〃` ) "จริงเหรอคะ? กรี๊ดๆ รักโอยะซังที่สุดเลย"

ถ้าได้เจอชุนจริงล่ะก็ ยอมเป็นทาสสามวันเลยเอ้า (ค่าตัวชุนช่างถูกสิ้นดี)

ระหว่างนั้น เพื่อนๆ ที่มาทุนด้วยกันซึ่งไม่ดูหนัง ไม่รู้จักชุน ไม่รู้จักอาราชิ ไม่รู้เรื่อง ก็ยืนหน้า Blank รอเราเมาท์ กร๊ากๆ

มาอยู่ที่นี่ ดราม่าเป็นหัวข้อที่คุยง่ายและสร้างเพื่อนได้ง่ายโคตรๆ โดยเฉพาะกับผู้หญิง
เพื่อนผู้หญิงส่วนใหญ่ที่เจอ ไม่ว่าจะเป็นคนเวียดนาม กรีช จีน ดูดราม่ากันทั้งนั้น
ได้ฝึกภาษา สร้างมิตรภาพ สนุกสนาน และได้เหล่ชุน ดราม่านี่มันดีจริงๆ แฮะ



แปดเคสที่ว่ามา มันเรียกว่าการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมได้ไหมล่ะเนี่ย
สรุปตรูมาญี่ปุ่นทำไมกัน...
มีแต่อบายมุขกับเอนเตอร์เทน

แต่ว่าตอนนี้ก็มีความสุขล่ะ



++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

รายงานผลพรีเซนต์ภาษาอังกฤษ
คนฟังไม่รู้เรื่อง
ช่วงให้ถามคำถามก็ถามเป็นภาษาอังกฤษไม่ได้
เราก็ฟังคำถามภาษาญี่ปุ่นไม่ออก
พอฟังคำถามเข้าใจ แต่ตอบเป็นภาษาอังกฤษ คนถามก็ฟังไม่ออกอีก

............

ด้วยเหตุนี้....

เวลา Oซังกะเซนเซย์ถามเป็นภาษาญี่ปุ่น
ก็จะมี Kซังกับ MM ซังตอบคำถามแทนเรา กร๊ากกกกกกกกกกก
สบายจริงกรู

ไม่เคยพูดถึง MM ซังเลยนิ จริงๆ แล้วเค้าเป็นคนเซตคอมกับอีเมล์ให้เรา
ตอนแรกเซนเซย์บอกเราว่า ทุกอย่างที่เกี่ยวกับด้านเทคนิคให้ MM ซังจัดการให้เราหมด
(ส่วนการพาเดินชมแล็บและพาเราไปเขียนชื่อล็อกเกอร์ใส่รองเท้าเป็นหน้าที่ของ A ซัง กร๊าก)

ตอนแรกเราก็นึกว่า MM ซังคงเป็นแนวอาเฮียคุมแล็บ แบบ O ซัง หรือ K ซัง
แต่พอเจอ.....อ่อก...........บิโชเน็ง (หนุ่มน้อยน่ารัก) คณะนี้มีคนแบบนี้ด้วยเรอะ!!!!!!
แต่ท่าทางเนิร์ดน่าดู เงียบๆ ทำโปรเจ็คต์เกี่ยวกับเกมโกะ ท่าทางเก่งโกะซะด้วย อยากลองเล่นด้วยจัง
แต่เค้าเงียบมาก ไม่กล้าคุยเล่น ไม่เหมือนคนอื่นๆ ที่ตลกโปกฮาดี
แต่แต่แต่... แต่เยอะเกินไปแล้ว

ปิดท้ายการพรีเซนต์ทุกคนชมเราว่า "เก่งภาษาอังกฤษจังนะ"
(´゚ω゚〃` ) "เหวอ เปล่าเลย ไม่เก่งเลย" (แต่ที่ญี่ปุ่นคือกรูเทพในสามภพ)
ทุกคน "ไม่จริ๊งงงงง เก่งมากเลย"
(´゚ω゚〃` ) "ไม่เก่งจริงๆ ค่ะ" (แค่ไม่ต้อง challenge เพื่อใช้ภาษาอังกฤษแบบคนแถวนี้)
(^ヘ^ ヾ) "คนญี่ปุ่นน่ะ อ่านก็ช้า แถมพูดกับฟังก็ไม่ได้เรื่อง เพราะพวกเราน่ะ หูไม่ดี...."
(´ ̄ω ̄〃` ) "หืม ไม่เกี่ยวกับหูไม่ดีล่ะมั้ง....."
ทุกคน "กร๊ากๆ"

แล็บนี้มัน.... รั่วดี ชอบ
แต่ตอนทำงานทุกคนก็ตั้งใจและเก่งๆ กันทั้งนั้นนะ

 

++++++++++++++++++++++++++++

 

คราวก่อนเม้นท์ท่วมท้นอบอุ่นมาก ขอบคุณทุกคนเลย ^^/

ข้างนอกลมแรงมาก คืนนี้พายุึเข้าแน่ๆ 

ลมแรงเหมือนจะพัดกางเกงเราไปให้หมีขั้วโลกเชยชม 

ขอไปเก็บผ้าก่อนล่ะ 

 



persona non grata
View full profile